Banner

มารู้จักกับ “วาฬ” เหล่าผู้เล่นเงินหนาที่เติมเงินในเกม Free-to-Play แบบ “ไม่อั้น” ราวกับเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน

.
อันดับแรก เราต้องมาทำความรู้จักเกมแบบ Free-to-Play หรือ F2P และที่มาที่ไปกันก่อน อย่างที่ทราบกัน โมเดลการทำเงินดั้งเดิมของวงการเกม คือการที่ผู้พัฒนาสร้างเกมขึ้นมาสักเกม แล้วก็จำหน่ายจ่ายแจกออกไปในรูปแบบแผ่นเกม ทำเงินจากยอดขายแผ่นเกมที่ว่า ซึ่งไม่ได้มีอะไรซับซ้อนและตรงไปตรงมา มีเงินก็ได้เล่นเกมที่อยากเล่น ไม่มีเงินก็เล่นแค่เกมเดโม หรือหายืมเพื่อนไปตามเรื่อง ส่วนเกมก็ไม่ต้องมีการดูแลต่ออะไรมาก นักพัฒนาก็เอาแรงไปทำเกมอื่นหรือเกมภาคต่อเพื่อทำเงินต่อไป
.
เพียงแต่ในการพัฒนาเกม โดยเฉพาะเกมระดับ AAA, AAAA หลายเกมใช้ต้นทุนที่สูง(มาก) หากไม่สามารถขายหรือทำยอดได้ถึงระดับหนึ่ง หลังเกมวางจำหน่ายภายในไม่กี่เดือน หากยอดยังย่ำแย่ ก็แปลว่าสตูดิโอก็ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ จบที่ต้องปิดกิจการและแยกย้ายกันไปตามทาง
.
แต่ต่อมา เมื่อวงการเกมพัฒนาขึ้น รวมถึงอินเตอร์เน็ตเป็นที่แพร่หลาย จึงเกิดมีคนปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ถ้าสมมุติว่า เราทำเกมให้ผู้เล่นทุกคนเล่นได้ฟรีๆล่ะ? แล้วทำเงินด้วยวิธีอื่นแล้วจะเป็นยังไง? แล้วถ้าเราทำให้เกมของเราเล่นไปได้เรื่อยๆ มีคอนเทนต์ตลอดล่ะ?
.
นั่นทำให้โลกนี้มีโมเดลเกมเกิดเป็นเกมแบบ Free-to-Play หรือ F2P ขึ้นมา กล่าวคือเกมที่ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลด ติดตั้ง และเข้าเล่นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือต้องซื้อเกม ไม่ได้จำกัดเฉพาะว่าเป็นเกมบนมือถือเท่านั้นด้วย เพราะเกม Free-to-Play เองก็มีมาตั้งแต่สมัยที่เกมแนว MMORPG กำลังบูมขึ้นมาเช่นกัน แต่ต่างกันที่เกม MMORPG ส่วนมากในตอนนั้น ต้องซื้อเป็น Airtime ในการเล่น แต่เกม F2P สามารถเล่นได้ทันที
.
ซึ่งโมเดล F2P ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงวิธีการขายเกมเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนเส้นทางธุรกิจเกมไปสู่แนวคิดที่เรียกว่า Game as a Service หรือการให้บริการเกมแบบต่อเนื่อง ซึ่งโมเดลนี้มุ่งเน้นการให้บริการเกมในระยะยาวด้วยการอัปเดตเนื้อหาใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น การทำอีเวนต์ตามฤดูกาล, เนื้อเรื่องใหม่ๆทุกเดือน, หรือการเพิ่มตัวละคร เป็นต้น
.
ซึ่งการทำแบบนี ต้องใช้ต้นทุนสูงในการพัฒนาเกมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์และบริการต่างๆ ดังนั้น การสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของเกม F2P ในระยะยาว
.
ในปัจจุบันโมเดลธุรกิจนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากเปิดโอกาสให้ผู้เล่นทุกคน ทุกระดับสามารถเข้าถึงเกมได้ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก่อน แต่คำว่า “เล่นฟรี” นั้นไม่ได้หมายถึงว่าเกมเหล่านี้จะไม่มีการทำรายได้แต่อย่างใด รายได้หลักของเกม F2P มาจากกลไกที่เรียกว่า Microtransactions ซึ่งสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบเช่น
.
1.การขายไอเท็มภายในเกมหรือ In-App Purchase ซึ่งอาจเป็นของตกแต่งที่ไม่มีผลต่อการเล่น เช่น สกินตัวละคร เครื่องแต่งกาย หรืออาจเป็นไอเท็มที่ช่วยให้ผู้เล่นได้เปรียบในเกม เช่น อาวุธที่ทรงพลังหรือตัวละครที่เก่งกว่า ซึ่งเกมกาชาเองก็อยู่ในหมวดนี้
.
2.การแสดงโฆษณาในรูปแบบวิดีโอหรือแบนเนอร์ ซึ่งผู้เล่นอาจเลือกดูเพื่อแลกกับรางวัลในเกม ทำให้นักพัฒนาได้เงินจากค่าโฆษณาในตรงนี้
.
แน่นอนว่า วิธีการทำเงินที่แพร่หลายมากที่สุดคือ การขายไอเท็มภายในเกม ซึ่งในระยะแรกเกมพวกนี้ก็เป็นการขายของในเกมแบบตรงไปตรงมา ผู้เล่นเติมเงินเข้ามา ซื้อของที่ต้องการแล้วก็จบไป ซึ่งการที่เกมเหล่านี้จะอยุ่ได้ จำต้องทำให้แน่ใจว่า ของที่ขายในเกมนั้นดึงดูดผู้เล่นได้มากพอที่พวกเขาจะยอมจ่ายเงินซื้อสิ่งของเหล่านั้นจริงๆ ตั้งแต่หลักสิบบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท
.
แต่ต่อมาก็มีระบบการสุ่มไอเท็ม ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจหลักของกลไกการสร้างรายได้แบบนี้ และได้รับความนิยมอย่างสูงในเวลาต่อมาทั้งฝั่งผู้เล่นและผู้พัฒนา
.
ระบบนี้มีชื่อเรียกหลายแบบ เช่น Loot Box หรือ Gacha โดยผู้เล่นจะใช้เงินจริงหรือเงินในเกมที่ซื้อมาเพื่อ “เสี่ยงโชค” ในการสุ่มไอเท็ม, ตัวละคร, สกิน, หรืออาวุธที่มีระดับความหายากที่แตกต่างกันไป กลไกนี้ถูกนำมาปรับใช้จากโมเดลธุรกิจตู้ไข่หมุนหรือตู้กาชาของเล่นในญี่ปุ่น และได้รับการยอมรับและพิสูจน์จากผู้พัฒนาหลายๆเจ้าแล้วว่า นี่เป็นวิธีที่สร้างรายได้มหาศาลและทรงพลังมากที่สุดของโมเดลเกมแบบ F2P
.
นั่นทำให้เกมกาชาได้ก้าวมาเป็น subset ที่สำคัญของเกมแนว F2P แต่ทว่าความแตกต่างที่สำคัญระหว่างเกม F2P ทั่วไปกับเกมกาชาคือการใช้ “การสุ่ม” เป็นแกนหลักของการสร้างรายได้ โดยระบบนี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับการพนันอย่างมาก เพราะผู้เล่นจะต้องใช้เงินไม่ว่าจริงหรือในเกม เพื่อลุ้นโอกาสที่ต่ำมากในการได้ไอเท็มที่ต้องการ ในบางเกมอาจจะอยู่ที่หลัก 0.0001% ด้วยซ้ำ
.
ซึ่งความตื่นเต้นและโดพามีนที่สูบฉีดออกมาและเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนนี้เป็นแรงจูงใจที่สำคัญ ทำให้ผู้เล่นอาจรู้สึกเข้าขั้นเสพติดและไม่สามารถหยุดใช้จ่ายได้ง่ายๆ ด้วยความรู้สึกที่ว่า “อีกครั้งเดียว ครั้งหน้าต้องได้แน่นอน” ทำให้ผู้เล่นต้องจ่ายไปเรื่อยๆ
.
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ ไอเท็มหรือตัวละครหายากระดับสูงๆ เช่น 5 ดาว หรือ SSR ในเกมกาชามักจะมีผลต่อความสามารถในการเล่น เช่นตัวละคร 5 ดาวก็จะเก่งมากกว่าตัวละคร 4 ดาวที่ได้มาฟรีอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การผ่านด่านหรือการเล่นง่ายดายขึ้นมากๆ โดยไม่จำเป็นต้องลงแรงในการเล่นมากเท่าผู้เล่นสายฟรี
.
ซึ่งโมเดลกาชาแบบนี้แตกต่างจากเกม F2P บางประเภทที่เน้นขายเพียงของตกแต่ง ที่ไม่มีผลใดๆต่อการเล่น ซึ่งมักจะเป็นเกมแนว PVE การออกแบบเช่นนี้ทำให้ผู้เล่นที่จ่ายเงินมีความได้เปรียบอย่างมากเหนือผู้เล่นที่ไม่จ่าย เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องตามมา แม้ว่าเกมนั้นจะไม่มีการเล่นแบบ PVP และเอาไปแข่งกับใครเลยก็ตาม
.
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เกมแนว F2P เป็นเกมที่ใครก็เข้ามาเล่นได้ และผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายเงินแม้แต่บาทเดียวในการเล่นก็ได้ แต่เกมและผู้พัฒนาเองก็ต้องมีค่าใช้จ่ายตลอดเวลา บริษัทส่วนใหญ่อยู่ได้ด้วยรายรับและเงินจากผู้เล่น แม้จะมีผู้เล่นยอมจ่ายเงินเช่น เติม battle pass รายเดือนบ้าง หรือแม้แต่ค่าโฆษณา แต่ก็เป็นเงินที่ไม่มากนักหากเฉลี่ยออกมา และไม่มีทางที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดนขึ้นทุกเดือนได้ ดังนั้นเกม F2P จึงจำเป็นต้องพึ่งพากลุ่มผู้เล่นอีกระดับที่เรียกว่า “วาฬ” นั่นเอง
.
ที่นี้เราจะมาพูดถึงผู้เล่นที่ถูกเรียกว่า “วาฬ” กันบ้าง คำว่า “วาฬ” หรือ Whale ในวงการเกมไม่ได้มีที่มาจากการที่มีคนคอสเพลย์เป็นวาฬมาเล่นเกมแต่อย่างใด แต่เป็นคำถูกยืมมาจากวงการคาสิโน ซึ่งใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงผู้เล่นขาใหญ่ หรือพวก High Rollers ที่ใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลได้แบบง่ายๆและอย่างไม่น่าเชื่อ
โดยในบริบทของเกม F2P และเกมกาชา “วาฬ” หมายถึงผู้เล่นที่ทุ่มเงินจำนวนมากในระดับที่คาดไม่ถึง เพื่อซื้อไอเท็มในเกม และผู้เล่นกลุ่มนี้ไม่ได้แค่ซื้อเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่พร้อมที่จะจ่ายเงินแบบไม่อั้นเพื่อให้ได้ตัวละครและไอเท็มทั้งหมดที่มีในเกม
.
แต่ก็ไม่มีหลักเกณฑ์หรือจำนวนตัวเลขที่แน่นอนในการนิยามว่าผู้เล่นคนใดคือ “วาฬ” หรือผู้เล่นระดับรองๆลงมา แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเกมและบริบทของเกมด้วย เช่นในบางเกมจ่ายเงินหลักพันบาทต่อเดือนก็อาจถูกเรียกว่า “วาฬ” ได้แล้ว แต่ในบางเกมที่จำนวนผู้เล่นสูง และการใช้จ่ายเฉลี่ยที่สูงตาม การจะถูกเรียกว่าเป็นวาฬอาจต้องใช้จ่ายสูงมากถึงหลักแสนบาทต่อเดือน หรือหลักล้านบาทต่อปี
.
จากจำนวนด้านบน จะเห็นว่า “วาฬ” เพียงคนเดียว อาจจะใช้จ่ายมากกว่าผู้เล่นทั่วไปหลักร้อยคนรวมกันเสียอีก อ้างอิงจากหลักการที่เรียกว่า Pareto principle หรือหลักการ 80/20 กล่าวคือ 80% ของรายได้มักจะมาจากผู้เล่นเพียง 20% โดยหลักการนี้ถูกนำมาใช้อธิบายว่ารายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากลูกค้าส่วนน้อยซึ่งก็คือเหล่าวาฬนั่นเอง ซึ่งบางครั้งอาจสูงถึงครึ่งหนึ่งของรายได้จากเกม เช่น อ้างอิงจากรายเงินเมื่อปี 2019 ของ Pocketgamer ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อผู้เล่นที่ใช้จ่าย จะอยุ่ที่เพียงหลักร้อยบาทต่อคน แต่ผู้เล่นระดับ top ของเกมเพียงคนเดียวกลับสูงกว่าค่าเฉลี่ยเป็นสิบเท่า
.
ดังนั้นเมื่อผู้เล่นระดับ “วาฬ” คือคนที่ทำรายได้ส่วนมากให้บริษัท การที่ผู้พัฒนาเกมมุ่งเน้นกลยุทธ์ไปที่ผู้เล่น “วาฬ” ก่อนผู้เล่นสายฟรี จึงเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในทางธุรกิจและทางบัญชี เพราะการพัฒนาเกมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเกมในโมเดล F2P มีต้นทุนสูงมาก ตั้งแต่การจ้างนักพัฒนาไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลเซิร์ฟเวอร์และการตลาด ดังนั้นหากจะอยุ่รอด เกมเหล่านี้ต้องการรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
.
จึงเป็นเรื่องปกติที่บริษัทจะทุ่มเททรัพยากรส่วนใหญ่เพื่อดึงดูดและรักษาผู้เล่นกลุ่มวาฬเอาไว้ โดยการออกแบบระบบเกมให้ตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมการใช้จ่ายของพวกเขา เพราะการใช้จ่ายของผู้เล่นกลุ่มนีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการยืนยันความสำเร็จของกลยุทธ์นี้และตอกย้ำว่า “วาฬ” ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริงของอุตสาหกรรมเกมในปัจจุบัน
.
นักพัฒนาเกมจึงต้องวางแผนที่จะดึงเหล่าวาฬให้อยุ่กับเกมให้นานและมากที่สุด จึงพัฒนาเกมโดยอาศัยหลักการทางจิตวิทยาเช่น การสร้างความตื่นเต้นและพฤติกรรมติดด้วยระบบกาชา เพราะการลุ้นและเสี่ยงโชคในการสุ่มไอเท็มจะกระตุ้นสมองให้หลั่งสารโดพามีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจและมีความสุข การที่ระบบจะแสดงภาพและเสียงที่อลังการกว่าปกติเมื่อสุ่มได้ SSR หรือ 5 ดาว และได้ไอเท็มหรือตัวละครไวฟุหรือฮัสแบนโดะที่ต้องการ
.
หรือจะใช้หลักการแบบ Fear of Missing Out หรือที่เรียกกันว่า FOMO กล่าวคือความกลัวว่าจะตกเทรนด์และพลาดของแบบลิมิตไป โดยอาศัยการออกแบบอีเวนต์หรือตู้กาชาที่มีระยะเวลาจำกัด จะสร้างความรู้สึกเร่งด่วนและกดดันให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจซื้อก่อนหมดเวลา นอกจากนี้ การที่ผู้เล่นเห็นคนในคอมมูนิตี้สุ่มได้ไอเท็มหายากก็จะยิ่งกระตุ้นความรู้สึก FOMO และความอิจฉา ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวละครหรือไอเท็มนั้นคือ “ของมันต้องมี” ให้ได้
.
และแน่นอนว่า ต่อให้ผู้พัฒนาเกมจะใส่ใจเหล่า “วาฬ” มากแค่ไหนก็ตาม แต่เกมก็ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยเห่ลาวาฬเพียงอย่างเดียว ผู้เล่นสายฟรี หรือเหล่า F2P ทั่วไปก็จำเป็นต่อเกมเช่นกัน เพราะแม้ผู้เล่นส่วนมากจะไม่ได้สร้างรายได้โดยตรงให้เกมเท่าวาฬ ในทางบัญชีหรือในทางตัวเลขนั้น อาจจะเป็นเลขจำนวนเล้กน้อยมากๆ เทียบกับผู้เล่นที่เสียเงินให้เกม แต่พวกเขามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของเกมในระยะยาว โดยทำหน้าที่เป็นดั่งกระบอกเสียงที่สำคัญสำหรับเกม
.
เพราะการที่เกมมีฐานผู้เล่น F2P ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ทำให้เกมมีชีวิตชีวามากเท่านั้น เป็นผู้เผยแพร่ความน่าเล่นของเกมทั้งแบบปากต่อปาก หรือผ่านโซเชียล และที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาทำหน้าที่เป็นดั่งผู้รับชมสำหรับความสำเร็จของวาฬ ผู้เล่นสายเปย์ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อไอเท็มที่หายากและทรงพลัง แต่คุณค่าของไอเท็มเหล่านั้นจะลดลงทันทีหากไม่มีใครให้แสดงความสำเร็จให้รับชม การมีฐานผู้เล่น F2P ที่แข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ “วาฬ” มีพื้นที่ในการแสดงสถานะและความสำเร็จ ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้พวกเขายังคงใช้จ่ายเงินให้เกมต่อไป แม้หลายๆครั้งวาฬบางคนก็แค่จะอยากใช้จ่ายเพื่อเติมเต็มความสุขส่วนตัวและไม่ได้เอามาอวดใครเลยก็ตาม
.
ความสัมพันธ์ของผู้เล่นสาย F2P และวาฬนั้นค่อนข้างที่จะเปราะบางในระดับหนึ่ง ทำให้ผู้พัฒนาเกมต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบเกมไม่ให้กลายเป็นแบบ Pay-to-Win หรือจ่ายเพื่อชนะมากจนเกินไป หากผู้เล่นแบบ F2P รู้สึกว่าตนเองเป็นเพียง “ผู้เล่นชั้นสอง” ที่ไม่มีความสนุกหรือไม่สามารถแข่งขันได้ เรพาะแพ้วาฬที่มีพลังเงินรัวๆ ก็จะทำให้พวกเขาเบื่อและไม่อยากจะเล่นต่อ ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้เล่นในระบบลดลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ระบบนิเวศของเกมล่มสลาย เมื่อไม่มีผู้เล่น F2P ให้แสดงความสำเร็จแล้ว แรงจูงใจในการใช้จ่ายของผู้เล่น “วาฬ” ก็จะลดลงตามไปด้วยเช่นกัน แม้รายได้จากเกมจะมาจากคนจำนวนน้อยในเกมก็จริง แต่เกมจะสนุกได้ ก็ต้องมาจากผุ้เล่นทั้งหมดโดยรวมนั่นเอง ไม่ใช่จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น การรักษาสมดุลของเกม ไม่ให้เอื้อต่อฝั่งใดฝั่งหนึงมากไปจนละเลยอีกฝั่ง จึงสำคัญเป็นอย่างมาก
.
——————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid02SqrpJF7imBezEAEzDeR7P6oh9eFyjtTkwa4m3veEt5pMUfqYG63PiUvZaX3FgBwl