ไฮไลท์บทความ
Riot Games ประกาศเริ่ม VCT Pacific 2026 วันที่ 22 ม.ค. นี้ พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งระบบการแข่งแบบแพ้สามครั้งคัดออก การดวล 1v1 ชิงสิทธิ์เลือกฝั่ง และการแข่งขันรอบชิงในเวียดนามและเกาหลีใต้ พร้อมส่งใจเชียร์ Full Sense ตัวแทนจากประเทศไทยบนเวทีระดับภูมิภาค
ด้วยทีมใหม่ ผู้เล่นหน้าใหม่ และโรดโชว์สองเมืองเป็นครั้งแรก ซีซั่น 2026 ของเราจะตื่นเต้นกว่าที่เคยอย่างแน่นอน
.
Riot Games ผู้พัฒนาและให้บริการเกม เอนเตอร์เทนเมนต์ และการแข่งขันกีฬา�อีสปอร์ตจากสหรัฐอเมริกา ประกาศเปิดตัว VCT Pacific 2026 อย่างเป็นทางการ โดยซีซั่นใหม่จะเริ่มต้นในวันที่ 22 มกราคม เปิดศักราชการแข่งขัน VALORANT Esports ปี 2026 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หลังจากซีซั่น 2025 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำให้ทีมจาก Pacific กลายเป็นผู้ท้าชิงระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
.
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้สำหรับประเทศไทย คือการเข้าร่วมลีกเป็นครั้งแรกของ Full Sense ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น ตัวแทนทีมจากประเทศไทย บนเวที VCT Pacific โดยจะร่วมแข่งขันกับ VARREL ทีมผู้ท้าชิงหน้าใหม่ และ Nongshim RedForce ทีมที่หวนคืนสู่ลีกอีกครั้ง หลังทั้งสองทีมคว้าสิทธิ์จาก Ascension Pacific 2025
.
ซีซั่น 2026 มาพร้อมการปรับรูปแบบการแข่งขันหลายประการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับทีม และมอบประสบการณ์ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นแก่แฟน ๆ มากขึ้น
.
Kickoff รูปแบบแพ้สามครั้งคัดออก (Triple Elimination)
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ VCT Pacific ที่ Kickoff จะใช้รูปแบบแพ้สามครั้งคัดออก เปิดโอกาสให้ทีมมีเวลาลงแข่งมากขึ้น ลดช่วงว่างระหว่าง Kickoff และ Stage 1 โดยเฉพาะสำหรับทีมที่ไม่ผ่านเข้าสู่ Masters รายการแรกของปี
.
Skirmish Side Selection แทนการโยนเหรียญ
กระบวนการเลือกแผนที่จะไม่ใช้การโยนเหรียญอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นการดวล 1v1 แบบ Best-of-Five โดยปิดการใช้สกิล เพื่อวัดทักษะการยิงล้วน ๆ ผู้ชนะจะได้เลือกว่าจะเลือกฝั่งหรือเลือกดราฟต์ก่อน เพิ่มความยุติธรรมและลดปัจจัยดวงในการแข่งขัน
.
Stage 2 Play-ins และเส้นทางใหม่สู่ Champions
Stage 2 จะเพิ่มรอบ Play-ins เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมพาร์ทเนอร์ที่ไม่ผ่านจากรอบ Groups ได้ลุ้นต่อ และเป็นครั้งแรกที่ ทีมจาก Challengers จะมีโอกาสเข้าสู่ Stage 2 Playoffs และแข่งขันเพื่อชิงตั๋วไป VALORANT Champions นับเป็นก้าวสำคัญสู่ระบบการแข่งขันที่เปิดกว้างและยึดตามผลงานจริง
.
VCT ใกล้ชิดแฟน ๆ มากขึ้น ด้วยโรดโชว์ 2 เมืองในปีเดียว
เป็นครั้งแรกที่ VCT Pacific จะจัดโรดโชว์ถึง 2 ครั้งในซีซั่นเดียว
Stage 1 Finals จะจัดขึ้นที่ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ VCT อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศ
Stage 2 Finals จะจัดขึ้นที่ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ขยายการแข่งขันสู่เมืองใหม่ที่มีฐานแฟน VALORANT เติบโตอย่างต่อเนื่อง
.
แฟน ๆ ที่เข้าร่วมงานสามารถคาดหวังได้ถึงการแข่งขันระดับสูง พร้อมกิจกรรมภายในงาน พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟ และสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะอีเวนต์ นอกจากนี้ Riot Games ยังเดินหน้าลงทุนในการสร้างประสบการณ์แฟนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการถ่ายทอดสดภาษาท้องถิ่นที่เข้าถึงง่ายในแต่ละประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โอกาส Co-stream กับครีเอเตอร์ และการสนับสนุน Watch Party ของคอมมูนิตี้และทีมโปรเพื่อให้ VALORANT Esports เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมของแฟน ๆ ในภูมิภาค
“ด้วยทีมใหม่ ผู้เล่นหน้าใหม่ และโรดโชว์สองเมืองเป็นครั้งแรก ซีซั่น 2026 ของเราจะตื่นเต้นกว่าที่เคยอย่างแน่นอน” Jake Sin หัวหน้า VALORANT Esports ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “นี่คือปีที่สี่ของ VCT Pacific และผมภูมิใจมากกับการเติบโตของลีกนี้ ความสำเร็จทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากแรงสนับสนุนของแฟน ๆ และคอมมูนิตี้ทั่วเอเชียแปซิฟิก และเราหวังว่าทุกคนจะมาร่วมเปิดฉากซีซั่น 2026 ไปพร้อมกัน”
.
วัยรุ่นวาโลไทยสามารถติดตามตารางการแข่งขัน ช่องทางถ่ายทอดสด และข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางช่องทางอย่างเป็นทางการของ VALORANT Esports ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ VALORANT เพิ่มอาวุธใหม่เข้ามาเพื่อเปลี่ยนกลยุทธ์การเล่น Bandit คือปืนพกที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Ghost และ Sheriff โดยมีจุดเด่นคือ ผู้เล่นสามารถสังหารศัตรูที่สวมเกราะเบาได้ด้วยการยิงเฮดช็อตเพียงนัดเดียว รวมถึงช่วยให้ทีมที่มีงบประมาณจำกัดมีโอกาสพลิกสถานการณ์มาคว้าชัยได้ด้วยทักษะการเล็งที่แม่นยำ พร้อมเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อรอบ thrifty ไปอย่างสิ้นเชิง



