Banner

ผู้สร้าง Stardew Valley เผย! เหตุที่ไม่มีระบบซื้อของในเกม เพราะเขาให้ความสำคัญกับ “ผู้เล่น” มากกว่า “เงิน”

ไฮไลท์บทความ

Eric Barone ผู้สร้าง Stardew Valley เผยปรัชญาการพัฒนาเกมที่เน้นความรักจากชุมชนผู้เล่นมากกว่าการทำกำไรสูงสุด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเกมถึงอัปเดตฟรีมาตลอด 10 ปี โดยไม่มีระบบ Microtransactions เพราะเขาต้องการมอบความรู้สึกมหัศจรรย์และเป็นสถานที่พักผ่อนทางใจให้แก่ผู้เล่นทั่วโลก


ผมให้คุณค่ากับความรักจากผู้เล่นมากกว่าที่จะไปรีดเงินจากทุกคน


.
Stardew Valley เกมทำฟาร์มปลูกผักขวัญใจมหาชน เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และหลังจากใช้เวลากว่าทศวรรษ มอบประสบการณ์การทำฟาร์มแสนอบอุ่นให้แฟนๆ คุณ Eric “ConcernedApe” Barone ผุ้สร้างเกมนี้ ก็ได้ออกมาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เขายังคงมีความสุข รวมถึงเหตุผลว่า ทำไม Stardew Valley ถึงยังคงวางจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงง่ายเสมอมา
.
“ผมให้คุณค่ากับความรักจากผู้เล่นมากกว่าที่จะไปรีดเงินจากทุกคน”
คุณ Barone กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับทาง Game Informer
.
“ผมรู้ดีว่า สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขเท่ากับการเป็นที่รักของชุมชนผู้เล่น มันเลยเป็นเรื่องที่แทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ คุณอาจจะเรียกว่ามันเป็นการเห็นแก่ตัวก็ได้ เพราะผมเลือกทำในสิ่งจะทำให้ตัวผมเองมีความสุขที่สุด คุณอาจจะเลือกไล่ตามเงิน หรือไล่ตามการยอมรับและชื่นชมจากชุมชนผู้เล่นก็ได้ และสำหรับผม ผมเลือกอย่างหลัง เพราะมันทำให้ผมรู้สึกดีกว่าการมีเงินซะอีก”
เขากล่าว
.
นับตั้งแต่ Stardew Valley วางจำหน่าย ตัวเกมก็ได้รับการอัปเดตใหญ่มาแล้วถึง 6 ครั้ง และเป็น “อัปเดตฟรี” แบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แม้แต่อัปเดตใหญ่ 1.6 ที่เพิ่มฟาร์มรูปแบบใหม่ รวมถึงรายละเอียดการอัปเดตอีกมหาศาล ที่มาพร้อม Patch Notes ยาวเหยียด ก็เป็นเนื้อหาคอนเทนต์แจกฟรีเช่นกัน
.
“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่หายากในวงการเกมตอนนี้ แต่ผมก็ไม่อยากให้คนยกย่องเรื่องนี้กันเกินจริง ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนดีมีศีลธรรมอะไรขนาดนั้น และผมก็คงไม่มีวันคิดแบบนั้น เพราะผมรู้สึกว่า มันไม่ใช่วิธีที่ดีในการมองตัวเอง มันจะดีกว่าเสมอ ถ้าคิดว่าตัวเองยังทำได้ดีกว่านี้
.
ธีมของ Stardew Valley เอง ก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แท้จริงให้มากขึ้น เข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น และผมคิดว่า นั่นคือสิ่งที่เข้าถึงผู้คนทุกวัย โดยเฉพาะในยุคที่โลกยิ่งวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ชาวเกมจึงมองว่า Stardew Valley เป็นเหมือนสถานที่สำหรับหลบหนี และกลับไปหาความเป็นมนุษย์จริงๆ รวมถึงเป้าหมายชีวิตที่พวกเรามีโดยธรรมชาติ”
คุณ Barone กล่าว
.
ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า คุณ Barone กำลังขัดสนเรื่องเงินแต่อย่างใด เพราะ Stardew Valley ทำยอดขายรวมได้หลายสิบล้านชุด และในปีที่ 2 ก็ทำรายได้มากกว่าแฟรนไชส์ Call of Duty เสียอีก นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดเป็นคอนเสิร์ต หนังสือทำอาหาร และสินค้าเมอร์ชานไดส์มากมาย แน่นอนว่า รายได้เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะสุดท้าย สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นักพัฒนาได้รับผลตอบแทนจากความทุ่มเทและการทำงานหนัก และยังได้ให้ความสำคัญกับผู้เล่นด้วย
.
“สุดท้ายแล้ว ผมก็แค่อยากจะมอบความมหัศจรรย์ให้กับผู้คน ผมอยากทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความรู้สึกมหัศจรรย์แบบนั้น เหมือนตอนที่ผมเล่นเกมสมัยเด็กๆ แล้วรู้สึกแบบเดียวกัน ไม่ใช่แค่เกม แต่รวมถึงภาพยนตร์ หนังสือ หรืออะไรก็ตาม แต่ [เกม] มอบความรู้สึกพิเศษอย่างที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ มันเหมือนเวลาที่คุณมองไปยังเส้นขอบฟ้า ตอนพระอาทิตย์ตก คุณจะเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา เป็นความรู้สึกล่องลอยเหนือจริงที่…ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะมันอธิบายได้ยากมากจริงๆ”
คุณ Barone กล่าวเสริม
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านเติมเกม Steam, PSN, Nintendo, Roblox, DMM, DLsite, เติมเกมญี่ปุ่น, ไอดีเกม, เกมแท้ราคาถูก รับของทันที

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid0gLjZVZvyHUcMyFT6aRzyAArYPw11cT6JYN5GuNmypJcfhsSWqG34Eprseg6kpSMyl