Banner

Samsung, SK hynix และ Micron โดนฟ้องร้องแบบกลุ่ม ข้อหาสมรู้ร่วมคิดปั่นราคาแรมในตลาดโลกพุ่งสูงเกินจริง

ไฮไลท์บทความ

Samsung, SK hynix และ Micron สามยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตหน่วยความจำเผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มในสหรัฐฯ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดล็อกราคาตลาดแรมจนพุ่งสูงถึง 700% ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยถูกกล่าวหาว่าจงใจลดกำลังการผลิตแรมมาตรฐานอย่าง DDR3 และ DDR4 โดยใช้กระแส AI เป็นข้ออ้าง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนอุปกรณ์ไอทีทั่วโลกอย่างรุนแรง


.
มีรายงานว่า 3 ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมทางกฎหมายครั้งใหญ่ หลังถูกยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดและล็อกราคาตลาด จนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจเป็นวงกว้าง
.
รายละเอียดในคำฟ้องระบุว่า ทั้ง Samsung, SK hynix และ Micron อาศัยความได้เปรียบที่เป็นกลุ่มผู้ถือครองส่วนแบ่งส่วนใหญ่ในตลาดแรมโลก ร่วมมือกันวางแผนเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์หรือ “Pivot” ไปมุ่งเน้นการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงอย่าง HBM ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระแส AI โดยทางฝั่งผู้ฟ้องร้องชี้แจงว่า การหันไปหาเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างในการจงใจลดปริมาณการผลิตหน่วยความจำมาตรฐานทั่วไปสำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีลง โดยเฉพาะรุ่น DDR3 และ DDR4 ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปจำเป็นต้องใช้
.
การแอบร่วมมือดำเนินการร่วมกันลดกำลังการผลิตในครั้งนี้ ส่งผลให้อุปทานของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขาดแคลนอย่างรุนแรง และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดีดราคาพุ่งทะยานสูงขึ้นถึง 700% ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ที่ถูกเรียกว่า “RAMpocalypse”
.
ในคำฟ้องยังหยิบยกกรณีที่ Apple จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม iPads และ Macs แบบยกแผงทั่วโลกอันเนื่องมาจากต้นทุนชิปความจำที่พุ่งสูงมาเป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ความเสียหายหลัก และคดีความดังกล่าวยังได้มีการระบุถึงประวัติพฤติกรรมในอดีตของกลุ่มผู้ผลิตสามรายนี้เพื่อชี้ให้เห็นถึงแบบแผนการสมรู้ร่วมคิดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยในช่วงปี 2000 ทั้ง Samsung และ SK hynix เคยยอมรับสารภาพผิดในคดีอาญาข้อหาตกลงร่วมกำหนดราคาจากการยื่นฟ้องของกระทรวงยุติธรรมของ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้โดนค่าปรับอ่วมรวมกว่า $731 ล้าน และมีผู้บริหารอีกหลายรายที่ต้องโทษจำคุก
.
การยื่นฟ้องร้องครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ Lenovo ออกมาแสดงความกังวลและระบุถึงสภาวะ “มาตรฐานใหม่” ของต้นทุนชิปความจำที่จะยังคงล็อกตัวอยู่ในระดับที่สูงมากต่อไปเพื่อสกัดไม่ให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้า ซึ่งจรงกับรายงานบทวิเคราะห์จากทาง Jefferies ที่ทางเพจลงข่าวไปก่อนหน้าว่า ตลาดแรมยังคงไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายในเร็วๆ นี้ โดยคาดการณ์ว่าราคาขายของชิปความจำจะปรับตัวสูงขึ้นอีกราว 40-50% ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และจะปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดต่อเนื่องอีก 30-40% ในช่วงไตรมาสที่ 4 และแนวโน้มของราคาจะเริ่มปรับลดลงก็ในช่วงปี 2571 เป็นต้นไป
——————————-
GGKeyStore ร้านเติมเกม Steam, PSN, Nintendo, Roblox, DMM, DLsite, เติมเกมญี่ปุ่น, ไอดีเกม, เกมแท้ราคาถูก รับของทันที

Source: https://m.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid0KRKeuV489g9F7NYZ1y7AZmLAf5GkUq7h2bZzCtJGDAz8M8nuWeeMBHC2jAX9gshNl