ในฐานะผู้บริโภค หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการที่ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานที่ซับซ้อนและยาวเหยียด ของโปรแกรมต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า เรามักจะกดตอบตกลงไปโดยไม่ได้อ่านกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัญหาขึ้นมา บางเราทีเราอาจจะไม่รู้ตัวว่า ตอบตกลงอะไรไป ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ใช้งาน TikTok จะกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการให้บริการ หรือ Term of Service ของ CapCut เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ค่อนข้างกว้างและฟังดูน่ากลัว
.
CapCut คือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอยอดนิยมที่ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok เป็นเจ้าของ และถือเป็นเครื่องมือตัดต่อหลักสำหรับ TikTok โดยเฉพาะในหมู่นักสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีโพสต์จำนวนมากที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลง TOS ของ CapCut แต่โพสต์ที่ได้รับความนิยมและสมบูรณ์ที่สุดน่าจะเป็นของ @bymilaholmes ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 7 ล้านครั้งบน TikTok
.
โดย Bymilaholmes นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจว่า TOS ใหม่ของ CapCut มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยประเด็นหลักที่อ้างถึงคือ
.
1. CapCut ได้รับสิทธิ์ในการอนุญาตใช้งานเนื้อหา “ทั้งหมด” ที่อัปโหลดบนแพลตฟอร์ม
.
2. ผู้ใช้งานยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เนื้อหาใน CapCut แต่อาจประสบปัญหาได้ หากบริษัทนำเนื้อหาไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม (เช่น การนำเพลงของนักร้องดังๆ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต)
.
3. ข้อกำหนดการใช้งานใหม่ก็พบภาษาทางกฎหมายที่ฟังดูน่ากลัว เช่น “perpetual, worldwide license” (สิทธิ์การใช้งานถาวรทั่วโลก)
.
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับ TOS ของ CapCut อาจจะเกินจริงไปบ้างในระดับนึง แน่นอนว่า เนื้อความที่ @bymilaholmes และคนอื่นๆ อ้างถึง “มีอยู่จริง” ส่วนหนึ่งของข้อความการอนุญาตใช้งานจาก TOS ล่าสุดของ CapCut ที่เพิ่งอัปเดตมีเนื้อหาดังนี้
.
“เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่นในข้อกำหนดนี้ คุณหรือเจ้าของเนื้อหาคอนเทนต์ ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ในเนื้อหาที่ส่งมาให้เรา [CapCut] แต่การที่คุณส่งเนื้อหาคอนเทนต์ผ่านบริการ ถือเป็นการรับทราบและตกลงว่า คุณอนุญาตให้เราอัปโหลดเนื้อหาดังกล่าวไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเรา และด้วยเหตุนี้ จึงให้สิทธิ์แก่เราและบริษัทในเครือ ตัวแทน ผู้ให้บริการ พันธมิตร และบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องอย่างไม่มีเงื่อนไข เพิกถอนไม่ได้ ไม่ผูกขาด ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ โอนสิทธิ์ได้ทั้งหมด (รวมถึงการให้สิทธิ์ช่วง) เป็นการถาวร และครอบคลุมทั่วโลก เพื่อใช้ ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน ทำซ้ำ สร้างงานต่อยอด แสดง เผยแพร่ ส่งต่อ แจกจ่าย และ/หรือจัดเก็บ เนื้อหาคอนเทนต์ของคุณเพื่อการให้บริการแก่คุณ”
.
ซึ่งถ้าอ่านเฉพาะส่วนตรงนี้ ข้อตกลงการใช้งานดังกล่าว ดูน่ากลัวเอามากๆ (จนถึงขั้นน่ากังวล) แต่คำถามคือ CapCut จะเข้าถึงเนื้อหาของผู้ใช้ได้ตลอดไปจริงไหม? ก็อาจจะใช่ แต่ปัญหาคือไม่ใช่แค่ CapCut ที่เขียนข้อตกลงทำนองนี้ เพราะแพลตฟอร์มจำนวนมากก็เขียนข้อตกลงการใช้งานทำนองนี้เช่นเดียวกัน
.
และไม่ได้หมายความว่า CapCut หรือ ByteDance จะสามารถยึดเนื้อหาของเราไปเป็นของตนเองได้ เพราะตัวเราในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงาน ยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ดี ทว่าตามข้อตกลงใหม่นี้ จะอนุญาตให้ CapCut สามารถนำเนื้อหาของคุณไปใช้ใน “การโฆษณา” ได้โดยมีการระบุเครดิตว่ามาจากผู้ใช้งานคนไหน ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นโฆษณาประเภทนี้ ที่นำโพสต์ของผู้ใช้มาใช้ในการโปรโมตผ่านตามาบ้าง และที่สำคัญคือการใช้ภาษาลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด
.
ซึ่งมีการเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น เช่น ผู้ใช้งานชื่อ seansvv ที่มักจะตรวจสอบคำถามเกี่ยวกับข้อกำหนดละเอียดอ่อนเหล่านี้ โดยตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้
– TOS จริงๆ ของ CapCut ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
– การอนุญาตดังกล่าว มีไว้สำหรับฟังก์ชันต่างๆ เช่น การแสดงผลและการปรับแต่งเนื้อหาในแอป ไม่ใช่การขโมยเนื้อหา
.
การอนุญาตใช้งานแบบนี้เอง ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม จะพบว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตใช้งานและทรัพย์สินทางปัญญาทำนองนี้ ไม่ได้มีเฉพาะใน CapCut เท่านั้น เพราะข้อกำหนดในการให้บริการของ TikTok หรือ ข้อกำหนดการใช้งานของ Instagram ก็สื่อสารออกมาในลักษณะที่คล้ายๆ กัน โดยเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว Mashable ก็เคยเขียนถึงข้อกำหนดที่คล้ายกันในข้อกำหนดของ Facebook มาแล้ว
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ seansvv ว่าไว้ เพราะมีโอกาสเสมอที่ CapCut หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ จะใช้การอนุญาตในลักษณะที่ผู้ใช้งานไม่เห็นด้วย เพราะข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์และข้อกำหนดในการให้บริการมีความซับซ้อนและมักขึ้นอยู่กับการตีความ (โดยเฉพาะในชั้นศาล) แต่ดังที่ seanvv กล่าวไว้ใน TikTok ส่วนตัว “มันเป็นเหมือนกับสิ่งที่ต้องจ่ายในการเข้าใช้แพลตฟอร์ม หรือเป็นแลกเปลี่ยนกัน เมื่อคุณการเข้าร่วมแพลตฟอร์มและสร้างรายได้จากสิ่งนั้นๆ หรือสร้างผู้ติดตามน่ะ”
.
กล่าวคือ หลายๆ ครั้งการใช้งานบริการออนไลน์หมายถึง เรายอมรับข้อกำหนดที่เราเองอาจไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ หรือการให้สิทธิ์การอนุญาตใช้งานที่ค่อนข้างกว้างขวาง [มากๆ] แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ตอนนี้เราจะต้องรีบหาเครื่องมือตัดต่อตัวใหม่ที่ไม่ได้มีการขออนุญาตแบบน่ากลัวขนาด CapCut ในตอนนี้ทันทีก็ตาม
ซึ่งทาง Mashable ติดต่อไปยัง ByteDance เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกำหนดในการให้บริการใหม่ของ CapCut แต่ยังไม่ได้รับคำตอบในตอนนี้
.
Source: https://sea.mashable.com/tech/38208/okay-what-is-going-on-with-capcuts-terms-of-service



