ไฮไลท์บทความ
นักวาดนามว่า pirukusu จากมหาวิทยาลัยศิลปะเกียวโตเซกะ เผยเบื้องหลังการทำธีสิสด้วย 'โดจินโป๊' ที่สร้างกำไรกว่า 1 ล้านเยน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ระบบการศึกษาศิลปะที่มักสร้างภาพลวงตาให้นักศึกษา โดยเขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้เรื่องตลาดและการขายผลงานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ในห้องเรียนไม่มีสอน เพื่อให้ศิลปินอยู่รอดได้ในโลกแห่งความเป็นจริง
ได้โปรดบอกผมทีว่า ยังมีเส้นทางอื่นในการใช้ชีวิต นอกจากการทำโดจินโป๊ด้วยเถอะ!
.
นักวาดโดจิน 18+ นามว่า pirukusu ออกมาเปิดเผยบน X ส่วนตัวว่า เขาเพิ่งจะสำเร็จการศึกษาจากคณะมังงะ สาขาออกแบบตัวละคร ของมหาวิทยาลัยศิลปะ Kyoto Seika เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ศึกษา ณ สถาบันแห่งนี้มานาน 4 ปี
.
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ผลงานสำหรับการจบการศึกษา หรือ ธีสิส ของเขา คือ “โดจินโป๊” พร้อมออกมาแจกแจงเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้หลังจากเรียนที่นี่มาตลอด 4 ปี
.
– มหาวิทยาลัยศิลปะ คือ “ระบบ” ที่ใช้เงินประมาณ 7 ล้านเยน เพื่อมอบภาพลวงตาว่าคุณกลายเป็นศิลปินแล้ว โดยนักศึกษาที่ยังไม่มีผลงานหรือความสำเร็จใดๆ จะได้รับการปฏิบัติเหมือนผลงานของตนมีคุณค่า ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งการออกแบบระบบของมหาวิทยาลัยและโครงสร้างของสังคม
.
– นักวาดรูปจำนวนมาก มักจะจิตใจอ่อนไหวและไม่ถนัดการสื่อสาร ทำให้ “การวาดรูป” คือการแสดงออกถึงตัวตนของตัวเอง ดังนั้น “คำวิจารณ์ผลงาน” มักจะกลายเป็น “การปฏิเสธตัวตน” ของพวกเขา จนส่งผลให้มีนักวาดจำนวนไม่น้อยตัดสินใจลาออก และการที่นักศึกษาลาออก ก็ส่งผลต่อรายได้ของมหาวิทยาลัยด้วย ทำให้อาจารย์มักจะหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ที่ตรงจริงๆ โดยเฉพาะอาจารย์พิเศษ ที่ไม่ค่อยอยากเสี่ยงเสียชื่อเสียง ด้วยการพูดแรงๆ ใส่นักศึกษา
.
– สุดท้ายแล้ว ระบบนี้ เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ ไม่มีใครพูดอะไรที่กระทบจิตใจ เพื่อให้นักศึกษาค่อยๆ สร้างความมั่นใจขึ้นมา โดยไม่มีหลักฐานรองรับ และเริ่มเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินแล้ว ซึ่ง pirukusu เองก็ยอมรับว่า เขาเองก็อาจจะเคยเป็น 1 ในนั้นเหมือนกัน
.
– เหตุผลที่ pirukusu เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย เป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก คือ เขาอยากเป็นนักวาดภาพประกอบ แต่ระหว่างเรียนก็ได้รู้ถึงความจริงว่า ถ้ารับงานวาดครั้งละ 50,000 เยน เดือนละ 5 งาน ก็จะมีรายได้อยู่สบายๆ แต่ความเป็นจริง การจะได้งานระดับนั้น “ทุกเดือน” ในวงการนี้ เป็นอะไรที่โคตรยาก พวกกลุ่มบนๆ แย่งงานดีๆ กันเอง งานไม่มั่นคง และต้องตามใจลูกค้าตลอด และเหมือนโดนซ้ำเติมด้วย AI ที่ทำให้มูลค่าของงานวาด เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว พอคิดว่าจะใช้เวลา 4 ปีไปกับการ “เชื่อ” ว่าสักวันจะได้เป็นนักวาดแบบนี้ต่อไปหรือไม่ ทำให้เขาหันไปมองเส้นทางอื่น
.
– เหตุผลที่ต้องเป็น “โดจินโป๊” ก็คือ “โครงสร้าง” เพราะงานนักวาดภาพประกอบ โดยพื้นฐานคือการทำงานให้ลูกค้า มีคนจ้าง มีบรีฟงาน และต้องส่งงาน ไม่ว่าจะเก่งเทพแค่ไหน แต่อำนาจการสสร้างงานไม่ได้อยู่ที่ตัวคุณ แต่การขายโดจินโป๊ มีโครงสร้างที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง เพราะคุณไม่มีลูกค้า [ที่มารับงานไปใช้ต่อหรือเข้ากระบวนการเพื่อส่งให้ผู้บริโภคปลายทาง] แต่เป็นการสร้างผลงานด้วยตัวเอง วางจำหน่ายเอง และถึงมือผู้บริโภคปลายทางโดยตรง
.
– สายนักวาดภาพประกอบต้องใช้เวลาหลายปีสร้างแบรนด์ของตัวเอง แต่โดจินใช้แนวคิดแบบ “อุตสาหกรรม” คือ “สร้างผลงานที่ตลาดต้องการให้ตรงที่สุด” แล้วแปลงเป็นรายได้ได้ทันที
.
– นอกจากนี้ “มังงะ” ยังเป็นงานที่มีความต่อเนื่อง และทำรายได้ประจำจากการลงตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ แล้วทำโดจินเพื่อทดลองแนวคิดใหม่ๆ มันเป็นโครงสร้างที่ช่วยกระจายความเสี่ยง และออกแบบเส้นทางอาชีพได้ รวมถึงพอจะรับมือกับ AI ได้ด้วย แม้ว่าในแง่ภาพลักษณ์ทางสังคมอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่น่าภูมิใจนัก แต่สุดท้ายก็สรุปได้ว่า นี่คือ “เส้นทางที่เป็นจริงที่สุด” ในการหาเลี้ยงชีพด้วยการวาดรูป
.
– จากนั้น pirukusu จึงสร้างผลงานแล้วไปออกขายในงาน Comiket และบนเว็บไซต์ดิจิทัล ผลลัพธืก็คือ ผลงานชิ้นเดียว สามารถทำกำไรมากกว่า 1 ล้านเยน ซึ่งมหาวิทยาลัย ไม่เคยสอนเรื่องนี้ในห้องเรียน เขาจึงลงมือทำเอง เก็บข้อมูลเอง และนำกระบวนการและผลลัพธ์มาทำเป็นธีสิส
.
– pirukusu ชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย เช่น วิชาการออกแบบตัวละคร ที่ให้นักศึกษาทำผลงานแล้วอธิบายแนวคิด และให้อาจารย์เป็นผู้ประเมิน แต่ปัญหาคือ “อาจารย์ไม่ใช่ผู้บริโภค” และ “ไม่ใช่ตลาด” ถ้าผลงานชิ้นนั้น ไม่ได้นำไปขายจริง และไม่ได้เสียงตอบรับของจริงจากผู้บริโภค ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่า การประเมินของอาจารย์คือ “สิ่งที่ถูกต้อง” เหมือนการฝึกซ้อมกับกำแพง
.
– นักศึกษาเรียนในคณะมังงะ สายออกแบบตัวละคร ไม่ได้ทำ “Pure Art [ศิลปะบริสุทธิ์ หรือ ศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความพอใจของคนวาดเองเป็นหลัก มุ่งเน้นความงาม มากกว่าประโยชน์ใช้สอย ตัวอย่างเช่นพวกภาพจิตรกรรมต่างๆ]” แต่เป็นการสร้างศิลปะที่ผู้คนต้องการ เพื่อแลกกับเงิน [หรือ Applied Art – ศิลปะประยุกต์, Commercial Art – ศิลปะเพื่อการพาณิชย์] ที่ใกล้เคียงกับ “สินค้าอุตสาหกรรม” แต่บรรยากาศในมหาวิทยาลัยกลับเหมือนต่อต้านการทำเงิน และความขัดแย้งนี้ ก็ไม่มีใครหยิบขึ้นมาพูดอย่างจริงจังตลอด 4 ปี
.
– โดยทาง pirukusu เสนอว่า ขอแค่มีสักวิชาหนึ่ง ใช้เวลา 3 เดือน ให้สร้างผลงานออกมาสักชิ้น แล้ว “ขายจริง” และ “วัดผลจริง” สามารถล้มเหลวได้ ถ้ามีปัญหาก็ยิ่งดี จะขายแค่ 100 เยนก็ได้ เพราะทันทีที่มีใครยอมจ่ายเงินให้ คุณจะรู้ว่า คุณไม่ใช่เด็กอีกต่ออไป แต่เป็นคนที่เชื่อมต่อกับสังคมแล้ว
.
– สิ่งที่ได้จากมหาวิทยาลัย ในมุมมองของ pirukusu คือ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ “การวาดรูปไม่โดนกีดกัน” มันคือสถานที่ที่สิ่งที่ไม่เคยได้รับการยอมรับ กลับได้รับการยอมรับ สำหรับคนที่จริงจังกับเรื่องนี้ มันมีคุณค่ามากๆ มหาวิทยาลัยอาจจะไม่มีค่า แต่ “คนที่อยู่ในนั้น” คือสิ่งที่มีค่า
.
– นอกจากนี้ pirukusu แนะนำนักศึกษาปัจจุบันว่า ระหว่างเรียน ก็ลองเอาสิ่งที่ตัวเองทำไปลองขายดูสักครั้ง ราคาเท่าใดก็ได้ ทันทีที่มีคนจ่ายเงินให้ มุมมองต่อโลกก็จะเปลี่ยนไป คุณจะเริ่มตระหนักว่า ตนกลายเป็นคนที่เชื่อมต่อกับ “ตลาด” แล้ว และความรู้สึกแบบนั้น หาไม่ได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัย 4 ปี
.
“ได้โปรดบอกผมทีว่า ยังมีเส้นทางอื่นในการใช้ชีวิต นอกจากการทำโดจินโป๊ด้วยเถอะ!!!!!!!!”
pirukusu กล่าวทิ้งท้าย
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀




