Banner

นักพัฒนาเกมอินดี้กังวล! Silksong “ขายถูกเกินไป” เมื่อเทียบคุณภาพ จนอาจกระทบการตั้งราคาเกมของตัวเอง

.
ด้วยการที่ Hollow Knight Silksong ภาคต่อของเกม Metroidvania ในโลกของแมลง เพิ่งวางจำหน่ายด้วยราคาที่ถูกเกินคาดเพียง 20 USD (หรือประมาณ 730 บาท ส่วนราคาใน Steam โซนไทยเพียง 400 บาท) ทำให้เหล่าผู้เล่นที่รอคอยมานานหลายปี ต่างยินดีที่จะได้เล่นเกมระดับคุณภาพคับแก้วในราคาไม่แพง
.
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เหล่านักพัฒนาเกมอินดี้ กลับกังวลว่า แม้จะเป็นเรื่องดีสำหรับผู้เล่น แต่มันอาจสร้าง “ความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล” ให้กับเกมอินดี้อื่นๆ ที่ไม่สามารถขายในราคานี้ได้
.
ความกังวลนี้ ผุดขึ้นมาจากกระทู้ในโซเชียลมีเดียของนักพัฒนาเกมหลายคน เช่น คุณ RJ Lake ผู้กำกับ Unbeatable ที่โพสต์ในโซเชียลมีเดียของตัวเองว่า Hollow Knight Silksong ควรตั้งราคาไว้ที่ 40 USD หรือราว 1,460 บาท ด้วยซ้ำ
.
ซึ่งคุณ Lake ไม่ได้โกรธ Team Cherry ผู้พัฒนา Hollow Knight Silksong ที่ตั้งราคาถูกขนาดนี้ เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้สร้าง แต่เขาเชื่อว่า มันจะส่งผลกระทบต่อตลาดเกมในวงกว้าง เพราะ Hollow Knight Silksong ใช้ “งบประมาณต่ำ” และมีรายได้จากผู้เล่นมหาศาล ทำให้พวกเขาตั้งราคาถูกๆ ได้ตามใจชอบ แต่การตั้งราคาแบบนี้ กำลังส่งสัญญาณที่ทำให้ผู้เล่นคิดว่า “เกมคุณภาพระดับนี้ มีมูลค่าแค่ 20 USD”
.
เพราะหากมี “สัญญาณ” แบบนี้เกิดขึ้นมากพอ เกมอินดี้หรือเกมระดับกลางๆ ที่ต้องใช้งบประมาณจริงจัง เพื่อจ่ายค่าตัวทีมงาน อาจจะโดนตีราคาต่ำเกินไป จนอยู่ไม่ได้ นอกจากจะโชคดี สร้างกระแสไวรัลได้เอง ซึ่งนักพัฒนาเกมคนอื่นๆ หลายคนก็เห็นด้วยกับ คุณ Lake ในเรื่องนี้
.
นอกจากนี้ Basti Games ผู้พัฒนา Lone Fungus: Melody of Spores ถึงกับต้องถามผู้เล่นว่า เกมของเขาควรมีราคาเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ Hollow Knight Silksong เพราะเดิมทีเขา ก็ตั้งใจจะวางจำหน่ายเกมในราคานั้น แต่โชคดีที่ผู้เล่นส่วนใหญ่สนับสนุน โดยบอกให้ตั้งราคา 20 USD ได้เลย
.
“พ่อหนุ่ม ตั้งราคา 20 USD ไปเลย ราคามันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเกมอย่างเดียว แต่มันคือบริบททั้งหมด พวกเขา [Team Cherry] สามารถตั้งราคา 20 USD ทั้งที่เกมใหญ่กว่านายได้ เพราะพวกเขาจะได้รับผลตอบแทนมหาศาล นายเป็นบริษัทเล็ก ตั้งราคา 20 USD ไปเลย นายสมควรขายมันในราคานี้”
ผู้ใช้งาน X ท่านหนึ่งกล่าว
.
“ราคา 10-20 USD ก็สมเหตุสมผลแล้ว สำหรับผม ต่อให้ Team Cherry ตั้งราคา Silksong ไว้ที่ 40 USD ก็ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ที่พวกเขาไม่ทำแบบนั้น ก็แค่เพราะพวกเขาเจ๋ง อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับเบอร์ใหญ่เลย ไม่งั้นนายต้องปีนบันไดอีกยาว”
ผู้ใช้งาน X อีกคนหนึ่งก็ให้กำลังใจในทางเดียวกัน
.
แต่ถึงกระนั้น นักพัฒนาคนอื่นเอง ก็ยังกังวลอยู่ เช่นคุณ Zwi Zausch ผู้ร่วมก่อตั้ง Toukana ผู้พัฒนา Dorfromantik กล่าวกับทาง Eurogamer ว่า ราคาเกมใหม่ของสตูดิโออย่าง Star Birds จะได้รับผลกระทบจาก Hollow Knight Silksong
.
“เราพยายามหลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรงกับ Silksong ทั้งในเรื่องวันวางจำหน่ายและราคา ถึงแม้จะเป็นเกมคนละแนว แต่ก็มีฐานผู้เล่นบางส่วนที่ทับซ้อนกันอยู่ และนั่นทำให้สถานการณ์ยุ่งยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Star Birds เป็นโปรเจ็กต์ร่วมกันของ 2 สตูดิโอ ที่มีจำนวนพนักงานมากกว่า Team Cherry ซะอีก”
คุณ Zausch กล่าว
.
การตั้งราคาเกมอินดี้เป็นเรื่องที่ท้าทายเสมอ เพราะจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างค่าตอบแทนให้ทีมงานอย่างเหมาะสม, ความไม่แน่นอนของยอดขาย และความผันผวนของตลาดที่ผู้เล่นอาจจะมองว่า ราคาเกมอินดี้บางเกมแพงเกินไป เพราะราคาเกมฟอร์มยักษ์ AAA ยังมีการปรับเพิ่มขึ้นจาก 60 USD เป็น 70 – 80 USD จึงมีการถกเถียงกันใหม่ว่า ราคาเกมอินดี้ควรจะอยู่ตรงไหน เพราะหลายเกมไม่สามารถขายต่ำกว่า 20 USD ได้ แต่ถ้าขายแพงกว่านั้น ก็จะเสียยอดขายเพราะไม่มีคนซื้อ
.
“ตอนนี้ผู้คนมีเงินน้อยลงและซื้อเกมน้อยลง ดังนั้นคุณต้องทำให้เกมของคุณเป็นเกมเดียวที่พวกเขาจะซื้อเมื่อมีเงิน และหากคุณตั้งราคาที่สูงกว่า ตอนนี้ก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่ค่อยอยากซื้อแล้ว”
คุณ Mike Rose ผู้ก่อตั้ง No More Robots กล่าว
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
Path of Exile 2 อัปเดต Act 4 แล้ว! เล่นง่าย เร้าใจกว่าเดิม เริ่มเลย!

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid0QGUqsxRfxE9dymvSpjBk1uYEQBrhxTNFxUSaNVh1Csns5a3fbuyEoondTuMBcB28l