Hideo Kojima กล่าว เมื่อถามว่า เขาจะเล่น Metal Gear Solid Δ: Snake Eater หรือไม่
.
คุณ Hideo Kojima ผู้ก่อตั้ง Kojima Productions และเป็นผู้กำกับ Death Stranding ทั้ง 2 ภาค ให้สัมภาษณ์กับทาง SSENSE ในหลายๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดด้านศิลปะและการเป็นนักสร้างสรรค์ผลงาน 1 ในผู้ที่สร้างโลกได้ยอดเยี่ยมที่สุดของวงการ
.
ซึ่งคุณ Kojima เป็นนักพัฒนาเกมมาตั้งแต่ยุคปี 80s ยุคเดียวกับเกมอาร์เขตอย่าง Pac Man และ Galaga ซึ่งตอนเด็กๆ เขาใฝ่ฝันว่าโตไปอยากจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ โดยเฉพาะช่วงที่คุณพ่อของเขาเสียช่วงวัยรุ่น แต่การเข้าสู่วงการภาพยนตร์มันยากเกินไป สุดท้ายเขาจึงหันไปทำงานด้านซอฟท์แวร์กับ Konami ที่ในตอนนั้นเป็นบริษัทให้เช่าตู้เพลงที่กำลังเข้าสู่วงการตู้เกม ในบริษัทนี้ อย่างน้อยเขาก็สามารถถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบวิดีโอเกมได้
.
โดยผลงานเกมแรกของเขาคือ Metal Gear ที่วางจำหน่ายบน Famicom ในปี 1987 ที่เรียกได้ว่าเป็น 1 ในเกมแนว “ลอบเร้น” เกมแรกๆ ของโลก ที่ให้รางวัลกับผู้เล่นจากการซ่อนตัวจากศัตรูแทนที่จะกำจัดพวกมัน ในอีก 1 ปีต่อมา คุณ Kojima ก็พัฒนา Snatcher เกมแนวสืบสวนสอบสวนในโลกไซเบอร์พังก์ ที่เรียกว่าล้ำเกินเทคโนโลยีในยุคนั้นมากๆ และข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ ทำให้ Konami ต้องวางจำหน่ายเกมในสภาพไม่สมบูรณ์ และต้องใช้เวลาอีกเป็น 10 ปี กว่าเทคโนโลยีจะตามทันวิสัยทัศน์ของเขา
.
ในปี 1998 เขารวบรวมความทะเยอทะยานในด้านกลไกการเล่นที่ซับซ้อนและการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์เข้าไว้ด้วยกันใน Metal Gear Solid ที่วางจำหน่ายบน PlayStation รุ่นแรก ซึ่ง Konami เคยกล่าวกับคุณ Kojima ว่า “เกมนี้ไม่มีทางขายออก” แต่สุดท้าย ตัวเกมสามารถทำยอดขายทะลุ 6 ล้านชุดทั่วโลก และได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์และผู้เล่นมากมาย จนทำให้มีภาคต่อออกมาหลายภาค
.
ข้ามมาในปี 2015 อย่างที่หลายคนทราบว่า เกิดความขัดแย้งกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณ Kojima และ Konami จนต้องแยกทางกัน แม้จะไม่เคยมีการเปิดเผยความจริงเบื้องหลังที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็เรียกได้ว่า เป็นการแยกจากกันที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะ Konami วางจำหน่าย Metal Gear Solid V ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ และยกเลิกโปรเจ็กต์เกมสยองขวัญ P.T. (ที่แม้ว่าเดโมจะได้รับความนิยมมากๆ จนเครื่องคอนโซลที่ยังมีเดโมเกมนี้อยู่ จะนำไปขายต่อบน eBay ได้ราคาสูงถึง $800) หลังจากนั้น Konami ก็หันไปทำเกมมือถือกากๆ เป็นหลัก
.
แม้ว่าการเป็นอาจารย์หรือเป็นที่ปรึกษาอาจจะง่ายกว่า และทำเงินดีกว่า แต่หลังจากนั้น คุณ Kojima เลือกที่จะก่อตั้ง Kojima Productions และเริ่มพัฒนา Death Stranding ถึงจะเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่เขาออกมาลุยเดี่ยว แต่เขาก็มีฐานแฟนที่เหนียวแน่นมากพอ จนเหมือนว่าเหล่าชาวเกมพร้อมจะติดตามเขาไปทุกที่ และสุดท้ายก็วางจำหน่าย Death Stranding ออกมาเป็น “เกมแนว Strand” เกมแรกของโลก แม้จะฟังดูบ้าบอและโดนล้อเลียนอยู่บ้าง แต่เมื่อเกมออก และผู้เล่นได้เห็นระบบต่างๆ ทำให้เห็นอิทธิพลของเกมแนวต่างๆ ใน Death Stranding อย่างการเป็นแนว Immersive Sim ที่ให้อิสระในการทำภารกิจ และองค์ประกอบของเกมแนวจำลองการเดิน
.
ซึ่ง Death Stranding เป็นเกมที่แตกต่างจากเกมแอ็กชันส่วนใหญ่ที่เน้นการมอบพลังเหนือจินตนาการให้ผู้เล่น แต่เกมของคุณ Kojima กลับสวนทางโดยสิ้นเชิง ด้วยการให้ตัวเอกของเกมเป็นคนส่งของ และต่างจากเกมแนวเดียวกัน ด้วยการทำให้การเดินเป็นเรื่องยาก มันไม่ใช่เกมที่เล่นแล้วชิลๆ และเนื้อเรื่องบางครั้งก็เข้าใจยาก พร้อมด้วยประสบการณ์โดยรวมที่เต็มไปด้วยความเหงาและโดดเดี่ยว รวมถึงมีความจุกจิกและน่าเบื่อในบางแง่มุมด้วย
.
“ผมรู้มาตลอดว่าเกมจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงแน่ ก็คงมีคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบ จนถึงขนาดให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 10 เลย”
คุณ Kojima กล่าวกับ SSENSE
.
ด้วยการที่ Death Stranding เป็นเกมแรกของสตูดิโอ ทำให้ทาง SSENSE ถามคุณ Kojima ว่าทำไมถึงต้องเสี่ยงขนาดนี้ ทำไมไม่ไปทำเกมที่ใกล้เคียงกับเกมที่เคยประสบความสำเร็จอย่าง Metal Gear ล่ะ?
.
“ถ้าไม่ลองเสี่ยง ก็จะไม่มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น”
เขาตอบ
.
ซึ่งคุณ Kojima รู้ดีว่า ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสตูดิโอทำเกมในปัจจุบัน ก็คือการทำธุรกิจแอปมือถือ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่อดีตนายจ้างของเขากำลังทำอยู่พอดี ซึ่งการบริหารของ Kojima Productions ทำให้เขาสามารถสร้างเกมโดยไม่ต้องขออนุมัติจากบอร์ดบริหารของบริษัทใหญ่ แต่ถึงเขาจะคุมงานเองหมด แต่ก็ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากภายในบริษัทที่เต็มไปด้วยความกังวลว่า “เกมมันจะไปรอดจริงเรอะ?” ซึ่งตัวคุณ Kojima ก็เข้าใจดีว่า สมาชิกรุ่นใหม่ๆ ในทีมรู้สึกกังขาอย่างมากกับเกมที่กำลังพัฒนาอยู่ แม้ทีมงานเก่าที่ร่วมงานกันมานาน จะยังงงกับ Death Stranding แต่ก็ยังเชื่อมั่นในตัวคุณ Kojima อยู่
.
ซึ่งในตอนนี้ Death Stranding ก็มีภาคต่อแล้ว นั่นคือ Death Stranding 2: On the Beach แม้ว่าทั้ง 2 ภาคจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก และเป็น “เกมแนว Strand” เกมที่ 2 แต่ครั้งนี้ คนเล่น “เข้าใจ” มันแล้ว
.
และเหตุผลที่เขาทำภาคต่อของ Death Stranding ก็เรียบง่ายมากๆ นั่นคือ “Death Stranding เป็น IP ของผม เป็น IP ของ Kojima Productions ผมอยากจะฝาก IP เอาไว้กับวงการเกมในอนาคต” ซึ่งเขารู้สึกแบบเดียวกับ Metal Gear Solid ที่แม้เขาจะทำเอง แต่สิทธิ์เป็นของ Konami โดยเฉพาะด้วยการที่ทางบริษัทยังทำ Metal Gear ภาคใหม่ออกมา โดยไม่มีเขาเข้าไปมีส่วนร่วม
.
“จริงๆ ตอนอยู่ Konami ผมก็คิดเรื่องธุรกิจเหมือนกัน มันเป็น 1 ในเหตุผลที่ผมทำ Metal Gear ต่อ ถ้าทำแล้วล้มเหลว ผมก็แค่ลาออกจากบริษัท แต่ครั้งนี้ ผมมีสตูดิโอและทีมงานของตัวเอง ดังนั้นผมต้องรับผิดชอบมากขึ้น”
คุณ Kojima อธิบายว่า ทำไม Death Stranding ถึงต่อยอดเป็นภาพยนตร์คนแสดงจริง และอนิเมะด้วย ว่าเป็นเรื่องของธุรกิจ
.
ซึ่งเขาดูเหมือนจะผิดหวังกับสถานะของอุตสาหกรรมเกมในตอนนี้ ที่มีสตูดิโอต่างๆ ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นสตูดิโอที่พัฒนาเกมฟอร์มยักษ์ที่ใหญ่เกินไป มีต้นทุนสูงไป เมื่อเขาดูงาน Summer Game Fest ที่เป็นงานเปิดตัวเกมต่างๆ เขารู้สึกว่าทุกเกมที่นำมาโชว์ ล้วนเกี่ยวกับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดต่างดาว หรือไม่ก็ตัวประหลาดในยุคกลาง แม้แต่กราฟิกและระบบเกมก็คล้ายๆ กันไปหมด จนบ่นว่า แม้จะเข้าใจว่าหลายคนสนุกกับเกมพวกนี้ แต่ “สิ่งสำคัญคือการคิดค้นสิ่งใหม่จริงๆ เข้าไปในวงการ”
.
และนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเล่นเกมน้อยลงในตอนนี้ เขาเชื่อว่าเกมที่น่าสนใจที่สุดจะอยู่ในหมู่เกมอินดี้ ส่วนเกมฟอร์มยักษ์ต้นทุนสูง ก็ไปทำสิ่งที่เพลย์เซฟและน่าเบื่อมากๆ เช่นเดียวกับ Konami ที่จะวางจำหน่าย Metal Gear Solid 3: Snake Eater เวอร์ชันรีเมคในช่วงฤดูร้อนนี้ ที่นำของเดิมมาสร้างใหม่โดยไม่มีคุณ Kojima และเมื่อถามว่าเขาจะเล่นเกมนี้หรือไม่?
.
“555 ไม่อ่ะ ผมไม่เล่น”
คุณ Kojima ตอบ
.
เขานึกถึงครั้งหนึ่งที่ไปเยี่ยมสตูดิโอชื่อดังเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเกมลอบเร้นเกมใหม่ แต่กลับรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับสิ่งที่เห็น
.
“คนที่ทำเกมแนวทหารเหล่านั้น อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ปืนมันยิงหรือแยกส่วนยังไง ซึ่งมันค่อนข้างน่าเศร้าอยู่นะ”
เขากล่าว
.
เมื่อทาง SSENSE ถามว่า แล้วคุณรู้วิธีแยกส่วนปืนงั้นรึ?
.
“ใช่ เพราะผมเคยฝึกมาก่อน และผมเคยเรียนรู้วิธีการปลิดชีวิตคนมาด้วย”
เขากล่าว แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากกว่านี้
.
แม้ว่าคุณ Kojima จะเป็นนักพัฒนาเกมที่เปิดตัวสาธารณะและพูดจาเปิดเผย แต่ก็หลายครั้งที่คนมองว่า เขาเป็นคนหลงตัวเอง (อย่างใน Metal Gear Solid V: The Phantom Pain ที่มีชื่อของเขาปรากฎในเครดิตหลายครั้ง รวมถึงไตเติลของเกม รวมถึงภารกิจที่ให้ไปช่วยตัวเขาเองในเกม แต่บางคนก็มองว่าเป็นการชูนิ้วกลางใส่ Konami) แต่เขาก็ยังเชื่อว่า ความสำเร็จของเขามาจากวิสัยทัศน์ที่เข้มข้นของตัวเอง
.
“ปกติเกมหนึ่งจะมีหลายคนทำร่วมกันเป็นทีม หรือร่วมกับทีมงานคนอื่นๆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำทุกอย่างพร้อมกัน” เขากล่าว โดยสตูดิโอเกมใหญ่ๆ จะแยกทีมงานเป็นส่วนๆ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในหัวของตัวเขาเอง ทำให้กระบวนการของเขาแตกต่างจากการทำภาพยนตร์ ที่จะต้องเขียนบท จากนั้นทำสตอรี่บอร์ด แล้วนำไปผลิต แต่สำหรับเขา กระบวนการทั้งหมดเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน
.
“ผมคิดว่าสิ่งนี้มันเป็นไปได้ เพราะผมทำทุกอย่างด้วยตัวเอง”
คุณ Kojima กล่าว
.
หลังจาก Death Stranding 2 แล้ว Kojima Productions มีเกมที่กำลังพัฒนาอยู่ 2 เกม คือ Physint เกมแอ็กชันแนวจารกรรมตามสูตรของ Metal Gear Solid และ OD เกมสยองขวัญที่ร่วมทำกับฝั่ง Xbox และเขาอธิบายว่าเกมเหล่านี้ จะแตกต่างจาก Death Stranding โดยสิ้นเชิง ที่ชาวเกมจะถ้าไม่รักก็เกลียดไปเลย แต่ไม่ว่าเมื่อใดที่ OD วางจำหน่าย เขาจะอ่านทุกทวีต ดูทุกวิดีโอ และรีวิวทั้งหมด แต่เสียงตอบรับเหล่านั้นจะไม่ส่งผลกับเขาในตอนนั้น เขามั่นใจพอที่จะรู้ว่า สิ่งที่เขาทำจะได้รับการประเมินคุณค่าที่แท้จริงในอีกหลายปีข้างหน้า
.
“การประเมินที่แท้จริงมันจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ใน 10 ปี หรือ 20 ปีต่อจากนี้”
คุณ Kojima กล่าว
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
—————————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀
“555 ไม่อ่ะ ผมไม่เล่น”




