คุณ Hideo Kojima ผู้ก่อตั้ง Kojima Productions และผู้กำกับ Death Stranding ออกมาชื่นชม Clair Obscur: Expedition 33 เกม RPG แบบ Turn-based กึ่งเรียลไทม์ในโลกแฟนตาซีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฝรั่งเศสในยุค Belle Époque ที่เป็นกระแสโด่งดังมาตั้งแต่เกมวางจำหน่ายเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาว่าเป็น “เกมในอุดมคติ” เพราะสามารถสร้างออกมาได้อย่างมีคุณภาพ แม้ผู้พัฒนาเบื้องหลังจะเป็นทีมขนาดเล็กก็ตาม
โดย Clair Obscur: Expedition 33 เป็นผลงานจาก Sandfall Interactive ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ไม่เพียงแต่คะแนนจากสื่อ แต่ชาวเกมยังชื่นชมและประสบความสำเร็จด้านยอดขาย จนเรียกได้ว่า นี่คือ 1 ในเกมที่ดีที่สุดของปีนี้ จนถึงขนาดมีหลายคนเชื่อว่า เกมนี้จะได้รางวัล Game of the Year ไปครอบครองอย่างแน่นอน
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทาง Dexerto เกี่ยวกับ Death Stranding 2 ผลงานเกมใหม่ของคุณ Kojima เขากล่าวว่า สตูดิโอของเขาในญี่ปุ่นเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการในอุตสาหกรรมเกมที่เพิ่มมากขึ้น จึงต้องใช้ทีมงานมากขึ้นเพื่อทำงานให้เสร็จ ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อโดยทั่วไป จนกระทั่ง Clair Obscur: Expedition 33 มาเปลี่ยนความคิดนั้นไปโดยสิ้นเชิง
“ตอนผมเริ่มทำเกมใหม่ๆ ผมก็มีทีมงานประมาณ 6 คน คุณสามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตอนนี้ทีมมันใหญ่ขึ้นมาก คุณควบคุมพนักงานแต่ละคนไม่ได้จริงๆ ก็ต้องมอบหมายงานให้กันไป แต่บางครั้งแนวคิดนี้มันก็ไม่ได้เวิร์คเพราะทีมใหญ่เกินไป”
คุณ Kojima กล่าวพร้อมหัวเราะ
ซึ่งคุณ Kojima พูดถึง Clair Obscur: Expedition 33 ว่าเป็นตัวอย่างเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น และเรียกว่าเป็นประสบการณ์การพัฒนาเกม “ในอุดมคติ” ของเขา
“พวกเขามีทีมงานแค่ 33 คน กับน้องหมา 1 ตัวเท่านั้น นั่นคือรูปแบบในฝันของผมเลย เวลาทำเกมอะไรสักอย่างกับสักทีมหนึ่ง การสร้างเกมตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ใหญ่โตขึ้นมาก มันเหมือนเป็นสงครามระหว่างการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ กับทีมเล็กๆ แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องทำให้มันยิ่งใหญ่อลังการด้วย”
เขากล่าว
คุณ Kojima อธิบายต่อว่า เขามองว่าการทำเกมในยุคปัจจุบันมันคล้ายๆ กับการทำงานใน “โรงงาน” มากขึ้น
“บริษัทใหญ่แบบที่มีพนักงาน 600 – 1,000 คน บริษัทเหล่านี้ เต็มไปด้วยทีมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกคนมุ่งมั่นกับหน้าที่ของตัวเองแล้วค่อยเอางานมาผสมรวมกัน”
เขาย้ำ
“ผมพยายามที่จะทำให้ Kojima Productions มีทีมงานไม่เกิน 150 คน”
คุณ Kojima เล่าให้ คุณ George Miller ผู้กำกับภาพยนตร์ Max Max ที่เขานับถือเหมือนเป็น “พระเจ้า” ของเขา ในช่วงแรกๆ ที่ก่อตั้งสตูดิโอ
“มันก็เหมือนกับพวกเร่ร่อนนั่นแหละ มีได้ไม่เกิน 150 คนหรอก นั่นคือกลุ่มใหญ่ที่สุดแล้ว [แนวคิดทางมานุษยวิทยาที่ว่า ในอดีตมนุษย์เร่ร่อนจะมีกัน ไม่เกินกลุ่มละ 150 คน ด้วยขีดจำกัดตามธรรมชาติของมนุษย์ หากเกินกว่านั้น ความผูกพันและประสิทธิภาพหลายๆ อย่างของกลุ่มจะลดลงไป] แล้วสตูดิโอของคุณยังมีทีมงานไม่ถึง 150 คนอยู่มั้ยล่ะ?”
คุณ Miller กล่าวกับคุณ Kojima
“ช่วงโควิดระบาด…บริษัทผมมีทีมงานเกิน 200 คนไปแล้ว แต่ผมไม่ได้บอกคุณน่ะ”
คุณ Kojima กล่าว




