Banner

[News] CEO Gearbox ขอโทษประเด็น “แฟนตัวจริงแพงแค่ไหนก็ต้องซื้อได้” ว่าไม่ได้ดูถูกหรือมองข้ามหัวแฟนเกม

วัฏจักรการถกเถียงเกี่ยวกับวิดีโอเกมวนกลับมาอีกครั้ง ไล่ตั้งแต่หัวข้อ “เกมง่ายเกินไป” และ “เกมเล่นคนเดียวกลับมาแล้ว” และพระเอกของรอบนี้อย่าง “เกมแพงเกินไปแล้ว” ซึ่งรอบนี้เกมคือ Borderlands 4 ที่คาดว่าราคาอาจจะสูงถึง 80 USD และคุณ Randy Pitchford ประธานบริษัท Gearbox ก็กลายเป็นคนที่โดนแห่หัวทันที หลังจากที่ให้สัมภาษณ์คราวก่อนว่า “ถ้าคุณเป็นแฟนตัวจริง คุณก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ซื้อเกมได้” และชี้ว่า “งบประมาณการสร้างเกมกำลังสูงขึ้น และสถานการณ์มันเริ่มแย่แล้ว”

ปฏิกิริยาของผู้คนต่อแนวคิดที่ว่า “แฟนตัวจริง” จะยอมจ่ายในราคาเท่าไหร่ก็ได้นั้น ไม่ค่อยดีนัก เช่นเหล่าคนที่สะสม Funko Pops มูลค่าหลายพันดอลลาร์รู้สึกโกรธที่ถูกมองว่าเป็นพวกที่จะยอมจ่ายเท่าไหร่ก็ได้เพื่อให้ได้คอนเทนต์ใหม่ แถมสถานการณ์ยังแย่ลงไปอีกเมื่อ Take-Two อัปเดตข้อตกลงผู้ใช้งาน (EULA) ของเกม Borderlands โดยบอกว่าผู้จัดจำหน่ายสามารถเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่นได้ ซึ่งทำให้เกิดการรีวิวถล่มเกมตามมา

ล่าสุดคุณ Randy ออกมาโพสต์บน X เพื่ออธิบายบริบทของสิ่งที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้ และดูเหมือนว่าจะได้ผลที่ดีในการชี้แจงจุดยืนของเขา ซึ่งอธิบายว่า ไม่จำเป็นว่าคุณต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่าคุณเป็นแฟน “ตัวจริง” ของ Borderlands

“ด้วยสัตย์จริงคือผมไม่ต้องการให้ใครต้องจ่ายมากกว่าที่พวกเขาควรจะจ่าย หรือมากกว่าที่พวกเขาสบายใจที่จะจ่าย และผมทำงานด้วยความตั้งใจและความหวังเสมอว่าลูกค้าจะรู้สึกว่าพวกเขาได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะจ่ายเท่าไหร่ก็ตาม”

คุณ Randy อธิบาย หลังกล่าวขอโทษแล้ว

“บริบทจริงๆคือ มีคนตอบกลับโพสต์เกี่ยวกับ Borderlands 4 บน Nintendo Switch 2 โดยเตือนผมว่าถ้าราคาออกมาที่ 80 USD จริง เกมจะแป้กเอา ซึ่งสิ่งที่ผมพยายามทำคืออธิบายว่านั่นไม่ใช่การตัดสินใจของผม แต่ถ้ามีการขึ้นราคา 10 USD เกิดขึ้นจริงๆ (ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมกำลังมุ่งไป) มันก็ไม่น่ามีปัญหาและ Borderlands 4 ก็จะไม่เป็นอะไร เพราะมันคือเกมที่ยอดเยี่ยม และมีแฟนๆ จำนวนมากที่จะเห็นคุณค่าและต้องการมัน

ผมคิดว่าการที่ผมพยายามย่อความโดยใช้คำว่า ‘แฟนตัวจริง’ ทำให้บางคนไม่พอใจ และผมเห็นว่ามันถูกขยายความราวกับว่า ผมกำลังแถลงการณ์ใหญ่โต (ซึ่งผมไม่ได้ทำ ผมแค่พยายามช่วยเหลือคนที่ผมคิดว่าเป็นห่วงพวกเราจริงๆ และคอยดูแลพวกเรา) และถูกตีความไปในทำนองว่า ผมมองข้ามหัวแฟนคนอื่นๆ (ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่แย่มาก แต่ไม่ใช่ความตั้งใจของผมเลย และไม่ได้สะท้อนถึงสิ่งที่ผมรู้สึกด้วย)”

คุณ Randy อธิบายเพิ่ม

แน่นอนว่าเรื่องนี้น่าจะไม่จบกันง่ายๆ เพราะการถกเถียงเกี่ยวกับวงการเกมก็ยังมีอยู่ตลอดเวลา แต่คุณ Randy บอกว่า “เอาตรงๆ คือผมรู้สึกขอบคุณที่ใครก็ตามชอบเกมของเรา และรู้สึกซาบซึ้งที่แฟนๆ จำนวนมากมาร่วมสนุกและสนับสนุนสิ่งที่เราทำ” ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดี

ที่มา