คุณ Shuhei Yoshida อดีตประธาน Sony Worldwide Studios (ปัจจุบันคือ PlayStation Studios) ดูเหมือนจะเป็นแฟนตัวยงของ Clair Obscur: Expedition 33 และเขาหวังว่า สูตรสำเร็จของเกมนี้ จะกลายเป็นต้นแบบให้กับการพัฒนาเกมอื่นๆ มากกว่านี้ในอนาคต
.
แม้ว่าจะวางจำหน่ายเกือบจะพร้อมกับ Oblivion Remastered แต่เกม RPG แบบ Turn-based กึ่งเรียลไทม์ในโลกแฟนตาซีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฝรั่งเศสในยุค Belle Époque ของ Sandfall Interactive ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงลิ่ว ทั้งในแง่ของเสียงวิจารณ์และรีวิวจากผู้เล่น รวมถึงยอดขายที่ทำได้มากกว่า 1 ล้านชุดในเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานอันดีว่ายังพอมีพื้นที่มากเกินพอในวงการ สำหรับเกม RPG ใหญ่ 2 เกมที่จะอยู่ร่วมกันและประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน
.
ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ Clair Obscur: Expedition 33 ประสบความสำเร็จก็มาจากราคาเป็นมิตรกับผู้เล่น นั่นคือ $50 (สำหรับโซนไทยคือ 1,100 บาท บน Steam) แต่คุณ Yoshida มองว่า ความทะเยอทะยานระดับเกมฟอร์มยักษ์ AAA ผสมผสานกับงบประมาณในการพัฒนาที่ประหยัดในวิสัยทัศน์แบบเกมอินดี้ ก็มีส่วนช่วยให้เกมนี้ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน
.
โดยคุณ Yoshida ให้สัมภาษณ์กับ PlayStation Inside และสะท้อนความรู้สึกของเหล่าผู้เล่นจำนวนมากที่อยากจะเล่นเกมและเอาเวลาไปใช้ชีวิตด้านอื่นๆ ด้วย
“ส่วนตัวแล้ว ผมเริ่มหมดความสนใจกับเกมฟอร์มยักษ์ AAA ที่มีเนื้อหายาวเกินไป เพราะคุณไม่มีวันได้เห็นตอนจบของมันเลย!”
เขากล่าว
ซึ่งเขากล่าวว่า Clair Obscur: Expedition 33 เป็นตัวอย่างที่ดีของเกมที่มีความลุ่มลึกในแบบเกมฟอร์มยักษ์ AAA แต่มีความอิสระในการแสดงออกและความคิดสร้างสรรค์ในแบบเกมอินดี้
“ผมคิดว่าเกมอย่าง Clair Obscur เป็นตัวอย่างอันดีในการหาสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความทะเยอทะยานของเกมฟอร์มยักษ์ AAA, ต้นทุนและสตูดิโอแบบเกมระดับ AAA และวิสัยทัศน์แบบเกมอินดี้ ทั้งหมดนี้ผสมรวมกัน ด้วยราคาที่จับต้องได้ และระยะเวลาในการเล่นที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม และนี่คือแนวทางที่วงการเกมควรเดินตาม เกมนี้สร้างโดยทีมงานเพียง 33 คนเท่านั้น ซึ่งมันน่าทึ่งมาก! ผมหวังว่าเกมจะประสบความสำเร็จอย่างที่สมควรได้รับ เพราะถึงเวลาที่เกมระบบ AA จะกลับมาทวงคืนส่วนแบ่งตลาดแล้ว”
คุณ Yoshida กล่าว
คุณ Yoshida ยังพูดเกี่ยวกับราคาของเกมอย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า ราคาเกมเพิ่มสูงขึ้น เพราะต้นทุนการพัฒนาเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่นี่ก็ไม่ใช่วิธีเดียวในการสร้างเกม และพูดถึงความแตกต่างของเกมอย่าง Clair Obscur กับเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Grand Theft Auto 6
.
“ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะต้องหาจุดสมดุลระหว่างต้นทุนการผลิตและราคาของเกม GTA 6 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แต่ถ้าคุณมองเกมอย่าง Clair Obscur: Expedition 33 ที่มีกราฟิกยอดเยี่ยม แม้จะพัฒนาโดยทีมงานประมาณ 30 คน ผมคิดว่า นี่คือ 1 ในแนวทางที่วงการเกมควรจะมุ่งไป เพราะคุณสามารถสร้างเกมที่ยอดเยี่ยมด้วยทีมเล็กและงบจำกัดได้ โดยไม่ต้องลดทอนคุณภาพของเกมเลย”
เขาอธิบาย
.
Clair Obscur: Expedition 33 วางจำหน่ายแล้วบน PS5, XBSX|S และ PC รวมถึงเปิดให้เล่นบน Game Pass




