Banner

ผู้กำกับ FF7 Revelation ยัน!แผนที่ในภาคนี้จะใหญ่กว่าภาคก่อนและสามารถบินสำรวจได้อย่างอิสระ

ไฮไลท์บทความ

คุณ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับ Final Fantasy 7 Revelation เผยรายละเอียดภาคจบของไตรภาครีเมค โดยจะมาพร้อมแผนที่โลกเปิดขนาดมหึมาที่ใหญ่กว่าภาค Rebirth และระบบการบินด้วยเรือเหาะ Highwind แบบไร้รอยต่อ พร้อมยืนยันพื้นที่เดิมจะมีการเปลี่ยนแปลงตามเนื้อเรื่อง เตรียมวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2027 บนทุกแพลตฟอร์มหลัก


สำหรับเกมภาคที่ 3 ในซีรีส์ Remake ของเราอย่าง Revelation เราพร้อมจะนำเสนอแผนที่โลกเปิดที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ระบบนี้จะทำงานร่วมกับฟีเจอร์การเดินทางด้วยยาน Highwind ซึ่งผู้เล่นสามารถบินไปรอบๆ โลก และสามารถกระโดดร่มลงตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ


.
แม้ Final Fantasy 7 Rebirth ซึ่งเป็นภาค 2 ของไตรภาครีเมค จะเปลี่ยนจากรูปแบบแผนที่ที่เป็นเส้นตรงในภาค Remake ไปสู่แนวโลกเปิดแบบเต็มตัว แต่จริงๆแล้วแผนที่โลกในภาค Rebirth ยังคงประกอบไปด้วยแผนที่หลายส่วนที่เชื่อมต่อกัน ไม่ใช่แผนที่ขนาดใหญ่หนึ่งเดียวที่เดินทางไปมาได้อย่างไร้รอยต่อเหมือนเกมอย่าง Breath of the Wild หรือ Red Dead Redemption 2
.
แต่ Final Fantasy 7 Revelation ตัวเกมภาคที่ 3 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะเปิดให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจพื้นที่ทั้งหมดได้ทันทีตั้งแต่เริ่้ม และอ้างอิงจากผู้กำกับอย่างคุณ Naoki Hamaguchi แผนที่ในภาคนี้จะมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าแผนที่แยกทั้งหมดของ Rebirth มัดรวมกันเสียอีก
.
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ GamesRadar+ ในงาน Summer Game Fest 2026 คุณ Hamaguchi ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างโลกของ Rebirth กับโลกที่ผู้เล่นจะได้ออกสำรวจใน Revelation ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้เล่นจะสามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยเรือเหาะ Highwind และบินสำรวจแผนที่ทั้งหมดได้แบบไร้รอยต่อ โดยไม่ต้องเจอการปิดกั้นเนื้อเรื่องหรือหน้าจอโหลดเกม
.
“สำหรับเกมภาคที่ 3 ในซีรีส์ Remake ของเราอย่าง Revelation เราพร้อมจะนำเสนอแผนที่โลกเปิดที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ระบบนี้จะทำงานร่วมกับฟีเจอร์การเดินทางด้วยยาน Highwind ซึ่งผู้เล่นสามารถบินไปรอบๆ โลก และสามารถกระโดดร่มลงตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ และไม่ใช่แค่นั้น เมื่อคุณมองดูสเกลของมัน ความกว้างในแนวราบของแผนที่นั้นใหญ่กว่า Rebirth มาก แต่ในขณะเดียวกันมันยังมีความลึกในแนวตั้งด้วย เพราะตอนนี้คุณสามารถควบคุมการเดินทางบนท้องฟ้าได้แล้ว”
คุณ Hamaguchi อธิบาย
.
โดยก่อนหน้านี้ คุณ Naoki เคยยืนยันแล้วว่าพื้นที่ทั้งหมดจากภาค Rebirth จะถูกรวมอยู่ในแผนที่ของ Revelation ด้วย แต่ก็แอบแง้มข้อมูลกับ GamesRadar+ ว่า สถานที่เหล่านั้นจะไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมแบบที่พวกเราจำได้แน่ๆ
.
“ผมยินดีที่จะบอกว่า พื้นที่ทั้งหมดที่เคยปรากฏใน Rebirth จะกลับมาใน Revelation ในสเกลที่เท่าเดิมหรืออาจจะใหญ่ขึ้นด้วยซ้ำ แต่พวกเราไม่อยากปล่อยมันไว้ให้เหมือนเดิมเป๊ะๆ แบบใน Rebirth เราจึงได้แอบเพิ่มลูกเล่นและแก้นู่นนั่นนี่เข้าไปนิดหน่อย
.
ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าคุณเดินทางไปยังบางพื้นที่ในเกม คุณจะสามารถมองเห็น Meteor กำลังตกลงมาจากท้องฟ้า ดังนั้นมันจึงไม่ใช่พื้นที่เดิมเป๊ะๆ เหมือนที่เคยเห็นใน Rebirth แน่นอน”
คุณ Hamaguchi เล่า
.
แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้วแนวคิดนี้จะดูน่าสนใจไม่น้อย แต่ก็ต้องมาดูกันว่าทีมงานจะทุ่มเทเวลามากพอในการทำให้อภิมหาแผนที่ที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ มีความคุ้มค่าและน่าออกสำรวจจริงๆ ทั้งในแง่ของเนื้อเรื่องและระบบเกมเพลย์หรือไม่
.
เพราะคาดว่าหลายคนน่าจะแอบหวั่นใจกับการต้องมานั่งวิ่งทำภารกิจตามแผนที่โลกจนเอียน ซึ่ง 1 ในข้อวิจารณ์ของ Rebirth ก็คือการเดินตามสูตรสำเร็จโลกเปิดแบบยุคเก่าที่น่าเบื่อ และน่าจะมีการเพิ่มความหลากหลายเข้าไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่แน่ว่า Square Enix อาจจะนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปรับปรุงใน Revelation แล้วก็เป็นได้
.
Final Fantasy 7 Revelation มีกำหนดวางจำหน่ายบน PC, PS5, Xbox Series X และ Nintendo Switch 2 ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
——————————-
GGKeyStore ร้านเติมเกม Steam, PSN, Nintendo, Roblox, DMM, DLsite, เติมเกมญี่ปุ่น, ไอดีเกม, เกมแท้ราคาถูก รับของทันที

Source: https://m.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid02VE5LuAuQA9FFF4XNF4SRNxGscXUYd3ksBPM7vw8yHe4bBqLbYvaAjtuAEZ4u6RCWl