ไฮไลท์บทความ
ทำความรู้จัก Crusade Mode ใน Warhammer 40K: Dawn of War 4 โหมดการเล่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาค Dark Crusade และเวอร์ชันเกมกระดาน ผสมผสานแนว Turn-based และ RTS เข้าด้วยกัน พร้อมระบบพัฒนาตัวละครแบบ RPG และยูนิตที่มีการเก็บเลเวล เตรียมวางจำหน่าย 17 กันยายนนี้บน Steam
.
สำหรับแฟนเกมแนววางแผน RTS และสาวก Warhammer 40K หลายๆ คน วินาทีที่ Warhammer 40K: Dawn of War 4 ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คงเกิดความรู้สึกทำนองว่า “ในที่สุด ซีรีส์ที่รอคอยก็มีภาคต่อเสียที(เราจะลืมภาค 3 ไป)” และสิ่งที่เป็นกระแสฮือฮาที่สุดคือการประกาศส่ง “Crusade Mode” กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ซึ่งทีมพัฒนาเผยว่าโหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากระบบแคมเปญสุดคลาสสิกใน Dawn of War – Dark Crusade ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มคอมมิวนิตี้เป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่อาจยังไม่เคยสัมผัส ก็คงจะสงสัยว่าโหมดนี้มีความพิเศษอย่างไรถึงได้เป็นที่กล่าวขวัญกันขนาดนี้
.
แม้ในปัจจุบันทางหน้าเว็บไซต์ของ DeepSilver จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดออกมามากนัก แต่หากประเมินจากข้อมูลพื้นฐานของเกมภาคแรก ผสานเข้ากับระบบในชื่อเดียวกันจากเวอร์ชัน Tabletop วันนี้เกมถูกบอกด้วยจะพาทุกคนไปเจาะลึกและทำความรู้จักกับ Crusade Mode ระบบการเล่นสุดมันส์ที่จะเข้ามาสร้างสีสันใน Warhammer 40K: Dawn of War 4 ที่จะวางจำหน่าย 17 ก.ย. นี้
.
ก่อนอื่นคงต้องขอพาย้อนเวลากลับไปในปี 2006 ยุคที่ Warhammer 40,000: Dawn of War – Dark Crusade ออกวางจำหน่าย ในตอนนั้นทีมพัฒนาอย่าง Relic Entertainment ได้สร้างความแปลกใหม่ให้วงการเกม RTS ด้วยการนำเสนอแคมเปญเนื้อเรื่องรูปแบบฉีกแนว แทนที่จะเป็นการตะลุยด่านไปตามเนื้อเรื่องทีละด่านตามสูตรสำเร็จ ตัวเกมกลับเลือกเปิดแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ หรือ World Map บนดาว Kronus ให้ผู้เล่นได้เลือกสรรฝ่ายที่ชอบจากทั้งหมด 7 เผ่าพันธุ์ เพื่อเปิดศึกแย่งชิงดินแดน
.
โดยผู้เล่นจะต้องเคลื่อนทัพไปตามพื้นที่ต่างๆ บนหน้าจอในรูปแบบเกม Turn-based Strategy (TBS) เพื่อเข้าโจมตีและยึดครองพื้นที่ของศัตรู จากนั้นตัวเกมจะตัดสลับเข้าสู่สมรภูมิแบบ RTS ที่ต้องสร้างฐาน จัดการยูนิต เพื่อตัดสินว่าใครจะได้เป็นผู้ครอบครองพื้นที่นั้นอย่างแท้จริง และหากฝ่ายใดถูกยึดพื้นที่ฐานบัญชาการหลัก หรือ Stronghold ก็จะถือว่าพ่ายแพ้และตกรอบไปในทันที
.
หากใครกำลังคิดในใจว่า “ระบบแบบนี้มันดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนเลยหรือเปล่า?” ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกลไกการเล่นดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับเกมตระกูล Total War ที่ผสานการเล่นระหว่าง TBS และ RTS เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทว่าจุดที่ทำให้เกมนี้แตกต่างออกไปคือ ในหน้าจอแผนที่ภาพรวมแบบ TBS จะไม่มีการสร้างยูนิตหรือบริหารจัดการพื้นที่และทรัพยากรที่ซับซ้อนแบบ Total War โดยในทุกสมรภูมิการรบ ผู้เล่นจะได้ลงไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่การสร้างฐานและระดมพลตามสไตล์ RTS คลาสสิก ทว่าความพิเศษที่เหนือกว่าคือ หากเราตกเป็นฝ่ายตั้งรับ สิ่งก่อสร้างทุกอย่างที่เคยสร้างไว้ในการศึกครั้งก่อนบนแผนที่นั้น จะยังคงตั้งอยู่ที่เดิมเมื่อเรากลับมาเล่นในด่านนั้นอีกครั้ง เว้นแต่จะถูกศัตรูทำลายไปในศึกก่อนหน้าเท่านั้น
.
นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นในยุคนั้นคือ ระบบพัฒนาตัวละคร Commander ในรูปแบบเกม RPG ที่เปิดโอกาสให้เราปลดล็อกไอเทมสวมใส่หรือ Wargear จากการพิชิตภารกิจหรือบรรลุเงื่อนไขพิเศษในสมรภูมิ เพื่อนำมาอัปเกรดขีดความสามารถให้แม่ทัพของเราแข็งแกร่งไร้เทียมทานยิ่งขึ้น ไปจนถึงการสะสมแต้ม Requisition เพื่อจัดซื้อยูนิตคุ้มกันพิเศษอย่าง Honor Guard มาร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ไปในทุกการต่อสู้ ซึ่งระบบอันเป็นเอกลักษณ์นี้เองที่ได้รับการปัดฝุ่นนำกลับมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในตัวเกมภาคใหม่
.
อีกมุมหนึ่ง แม้ทีมพัฒนาจะไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง แต่สำหรับผู้เล่นที่คลุกคลีกับ Warhammer 40K เวอร์ชัน Tabletop อยู่แล้วก็น่าจะคุ้นเคยกับ Crusade Mode เป็นอย่างดี เพราะในเวอร์ชันเกมกระดานนั้น โหมดนี้คือแคมเปญเนื้อเรื่องรูปแบบพิเศษที่ถูกเพิ่มเข้ามาในช่วง 9th Edition โดยแทนที่จะเป็นการจัดทัพตามแต้มมาตรฐาน เช่น 500, 1,000 หรือ 2,000 แต้มเพื่อมาประลองฝีมือกันแบบจบครั้งเดียวตามปกติ Crusade Mode จะเปลี่ยนเป็นการเล่นแบบระยะยาวกึ่งเนื้อเรื่องต่อเนื่อง ซึ่งเราสามารถนำยูนิตและกองทัพเดิมจากศึกก่อนหน้ามาพัฒนาต่อยอด พร้อมเก็บสะสมค่าประสบการณ์ไปเรื่อยๆ หากจะอธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้น ก็จะมีความคล้ายคลึงกับการเล่น Dungeons & Dragons ที่ไม่ได้จบลงเพียงแค่ในเซสชันเดียว
.
ใน Crusade Mode ผู้เล่นจะต้องก่อตั้งกองทัพเริ่มต้นขึ้นมาหนึ่งกองเรียกว่า Order of Battle พร้อมตั้งชื่อแต่งเติมเรื่องราวให้ตัวละครและยูนิตในสังกัด ก่อนจะนำกองทัพนี้ออกไปประชันฝีมือกับผู้เล่นคนอื่นๆ โดยยูนิตหรือตัวละครแต่ละตัวจะพัฒนาความสามารถและสร้างตำนานของตัวเองผ่านแต้มประสบการณ์รวมถึงของรางวัลที่ได้รับ ทว่าในความแข็งแกร่งก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงจากระบบ Battle Injuries เพราะหากยูนิตพ่ายแพ้หรือล้มตายในศึกนั้น โมเดลสุดรักสุดหวงของเราก็อาจจะติดสถานะบาดเจ็บถาวรหรือถูกลดทอนพละกำลังลง (โดยวัดดวงผ่านการทอยลูกเต๋า D6) หลังจากจบศึกก็จะต้องบันทึกทุกรายละเอียดลงสมุดบันทึกเพื่อนำไปใช้เล่นต่อในครั้งถัดไป ซึ่งทางเราคาดว่าทีมพัฒนาน่าจะนำกลไกตรงนี้มาถ่ายทอดลงสู่ตัวเกมภาคสี่ด้วยเช่นกัน
.
อ้างอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการของทีมงาน Crusade Mode ในเกมภาคใหม่นี้ โดนยกเครื่องให้กลายเป็นโหมดที่สามารถกลับมาเล่นซ้ำได้ไม่รู้จบหรือ Endless Mode ประจำเกม โดยผู้เล่นจะได้กลับไปเยือนดาว Kronus อีกครั้ง บนแผนที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศอันหลากหลาย ซึ่งการเคลื่อนทัพในแต่ละเทิร์นจะถูกจำกัดด้วยแต้ม Action Points ส่งผลให้ทุกการตัดสินใจโจมตีหรือยึดครองพื้นที่มีความสำคัญระดับชี้เป็นชี้ตาย และจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ล่วงหน้าอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูฉวยโอกาสตลบหลัง
.
นอกเหนือจากแผนที่ยุทธศาสตร์แล้ว ตัวระบบยังมี Meta-progression และความเป็น RPG ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม โดยกองกำลังของผู้เล่นจะมีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยูนิตที่ผ่านสมรภูมิรบและรอดชีวิตมาได้จะได้รับค่า XP เพื่อนำมาอัปเลเวล ปลดล็อกทักษะเฉพาะตัวอันทรงพลัง พร้อมทั้งเก็บรักษา Relic หรือ Wargear ที่เสาะหามาได้ให้อยู่คู่กับยูนิตไปตลอดทั้งแคมเปญ ควบคู่ไปกับระบบบริหารจัดการทรัพยากร Requisition ที่ต้องจัดสรรนำมาฟื้นฟูกำลังพลรวมถึงยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ยึดครอง เพื่อเสริมสร้างแนวป้องกันให้แข็งแกร่งยากจะสั่นคลอน
.
ในส่วนของเวลาเล่น ทางทีมงานเปิดเผยเพิ่มเติมว่า Crusade Mode ใน Warhammer 40K: Dawn of War 4 จะใช้เวลาเล่นเฉลี่ยราว 8 ถึง 10 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบ โดยในช่วงเปิดตัวจะมี Commander ให้เลือกบัญชาการ 5 ตัว ซึ่งแต่ละตัวจะมาพร้อมจุดเด่น จุดด้อย และเงื่อนไขเริ่มต้นที่แตกต่างกัน เพื่อทำหน้าที่เป็นคอนเทนต์คู่ขนานไปกับแคมเปญหลักที่เน้นเนื้อเรื่องเข้มข้น โดยโหมดดังกล่าวมีกำหนดการอัปเดตให้ผู้เล่นได้สัมผัสกันในรูปแบบ Free DLC ทันทีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหลังวางจำหน่าย
.
Warhammer 40,000: Dawn of War 4 มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 17 ก.ย. นี้ พร้อมเปิดให้ผู้เล่นพรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้บน Steam ราคาเริ่มต้นที่ 1808.10 บาท
——————————
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀



