Banner

กลุ่มนักเคลื่อนไหวอ้างว่า เป็นผู้ติดต่อ Visa เพื่อกดดัน Steam ให้ถอดเกม 18+ ออกเอง หลัง Valve ไม่ทำตาม

.
อย่างที่หลายคนเคยทราบมาก่อนว่า ทาง Steam เพิ่งจะประกาศกฎใหม่ข้อที่ 15 ที่ว่าด้วยการจัดการกับเนื้อหาคอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ที่ “ขัดต่อมาตรฐานและนโยบาย” ของผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่อย่าง Visa ที่อาจจะทำให้เนื้อหาดังกล่าวไม่สามารถวางจำหน่ายบนร้านค้า Steam ได้ และส่งผลถึงการถอดถอนเกมออกจากร้านค้าระลอกใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เกมที่โดนถอดถอนออกไป ก็เป็นเกม 18+ บางแนว (เช่นแนวพี่น้องท้องชนกัน เป็นต้น) ซึ่งทาง Steam ยอมรับว่า เป็นฝ่ายที่ “โดนทางผู้ให้บริการชำระเงินกดดันมาอีกที” ในขณะที่ทาง itch เพิ่งจะถอดถอนเนื้อหา 18+ ทั้งหมด ออกจากหน้าเว็บไซต์และระบบค้นหา
.
ล่าสุด มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวในออสเตรเลีย ที่ชื่อว่า “Collective Shout” ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้บนแพลตฟอร์ม itch และ Steam ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการเกมและเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการถอดถอนเกมเหล่านั้นออกจากหน้าร้านค้าด้วย
.
“เพื่อตอบโต้ต่อคำกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริงและข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับแคมเปญของเรา เราขอชี้แจงข้อเท็จจริง บางคนตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงไปเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการชำระเงิน บางคนก็กล่าวหาว่า เราเป็นต้นเหตุที่ทำให้ itch ลบเนื้อหา 18+ ออกทั้งหมด”
Collective Shout กล่าวบน Facebook
.
“พวกเราคัดค้านเกมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขืนใจ และการร่วมประเวณีระหว่างเครือญาติบน Steam มานานหลายเดือน แต่พวกเขากลับเพิกเฉยมาตลอด เราจึงหันไปติดต่อทางผู้ให้บริการชำระเงิน เพราะ Steam ไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเรา
.
เราขอร้องให้ itch ลบเกมที่มีเนื้อหาเดียวกันที่เราเห็นว่า เป็นการทำให้ความรุนแรงและการล่วงละเมิดผู้หญิงกลายเป็นเรื่องปกติ และทาง itch เป็นผู้ตัดสินใจลบเนื้อหาเหล่านั้นทั้งหมดออกไปเอง เป้าหมายในการคัดค้านของเรา มุ่งไปที่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการทรมานผู้หญิงในเชิงเพศ”
พวกเขากล่าวต่อ
.
ซึ่งทาง Collective Shout เผยไทม์ไลน์ของแคมเปญนี้บนหน้าเว็บไซต์ โดยระบุว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นมาจาก No Mercy ซึ่งเป็นเกมที่มีเนื้อหาทางเพศที่รุนแรงมากๆ จนทำให้เป็นจุดสนใจของกลุ่ม ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งการเคลื่อนไหวของทาง Collective Shout ประกอบด้วย การยื่นคำร้อง การส่งอีเมล และการล็อบบี้ต่างๆ ที่เริ่มต้นในช่วงต้นเดือน เม.ย. และนำไปสู่การที่เกมดังกล่าวโดนถอดถอนออกจากการวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนเดียวกัน
.
ทางกลุ่มดังกล่าวยังส่งอีเมลหลายร้อยฉบับ ถึง Valve เกี่ยวกับเกมที่มีปัญหาที่ยังคงอยู่บน Steam แต่การเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น จนพวกเขาเริ่มไปล็อบบี้ผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น Visa, PayPal และ MasterCard
.
ซึ่งความพยายามที่จะเอาใจผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสียงต่อต้านและการตอบโต้จากชุมชนชาวเกมบางส่วน ยกตัวอย่างเช่น การล็อบบี้บริษัทให้บริการชำระเงินอย่าง Visa กลับ เพื่อพยายามเปลี่ยนแปลงแนวทางของพวกเขา และมีชาวเกมบางส่วนออกจดหมายเปิดผนึกที่พูดถึงเรื่องนี้กับทาง Visa
.
“ผมในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง รู้สึกกังวลกับการกระทำครั้งล่าสุดของ Visa ที่จะเซ็นเซอร์เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่บนร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Steam และ itch ในฐานะลูกค้า Visa มาอย่างยาวนาน ผมมองว่านี่เป็นการล้ำเส้นเกินไป ในการควบคุมว่าลูกค้าควรจะใช้เงินไปกับการกระทำหรือการซื้อของที่ถูกต้องทางกฎหมายอย่างไร
.
Visa ไม่มีสิทธิ์มากำหนดพฤติกรรมของผมหรือผู้บริโภครายอื่น หรือไปกดดันตลาดเสรีให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และศีลธรรมที่คลุมเครือ โดยให้ผู้ให้บริการชำระเงินเป็นผู้บังคับใช้ เว้นแตข้อกำหนดที่เคร่งครัดนี้จะโดนยกเลิก ผมคงไม่มีทางเลือกอื่นที่จะยุติการใช้งาน Visa และเปลี่ยนไปใช้งานบริษัทคู่แข่งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวกับกับการพยายามเซ็นเซอร์โดยตรง เช่น Discover และ AmericanExpress”
ผู้ใช้งาน Reddit ระบุ
.
ซึ่งมีรายงานว่า บางคนได้รับคำตอบจาก Visa หลังจากส่งข้อความนี้ไป ที่ยืนยันว่า ทางบริษัทไม่ได้เป็นผู้ควบคุมหรือคัดกรองเนื้อหาใดๆ และไม่ได้ “ใช้ศีลธรรมตัดสิน” เนื้อหาต่างๆ พร้อมสนับสนุนการจำหน่ายเนื้อหาทุกประเภทที่ถือว่า “ถูกกฎหมาย”
.
“แม้เราจะห้ามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนบนเครือข่ายบัตรของเรา แต่เราก็ให้ความสำคัญกับการปกป้องการซื้อขายที่ถูกกฎหมายเท่าๆ กัน หากการทำธุรกรรมเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้ว นโยบายของเราคือการดำเนินธุรกรรมนั้น เราไม่ได้ใช้ศีลธรรมใดๆ ในการตัดสินการซื้อของผู้บริโภคที่ถูกกฎหมาย
.
Visa ไม่ได้เป็นผู้เข้าไปควบคุมเนื้อหาที่จำหน่ายโดยผู้ค้าปลีก และเราไม่ได้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเมื่อดำเนินการธุรกรรม เมื่อผู้ค้าปลีกที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย เผชิญความเสี่ยงสูงเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เราจะกำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น กับธนาคารที่สนับสนุนผู้ค้าเหล่านั้น”
Visa ระบุ
.
Eurogamer ให้ความเห็นว่า แม้ว่าจะไม่มีใครรู้สึกเสียใจที่ No Mercy โดนถอดถอนออกจากร้านค้า Steam แต่เมื่อมีการใช้มาตรการที่เข้มงวดกับเนื้อหาทั้งหมดที่โดนมองว่าเป็นปัญหา ก็ย่อมมีเกมที่มีความตั้งใจที่ดี แต่โดนเอามาพิจารณาร่วมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเกมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน LGBTQ+ ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะเกมเหล่านี้ ถือว่าไม่สอดคล้องกับค่านิยมของคริสเตียน ซึ่งเป็นพื้นฐานของกลุ่มนักเคลื่อนไหว Collective Shout ด้วย
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
—————————————-
GGKeyStore ร้านขายเกมและบัตรเติมเกม ราคาถูก รับของทันที เปิด 24 ชั่วโมง เชื่อถือได้ 100% สมาชิกกว่า 200,000 คน ขายไปแล้วกว่า 800,000 คีย์

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid0K4PCR9ZpRhKxhyTobRfWUhz47osdXq5ZvuxMH5Y99k3ww5vvAeACzdktZhEHm3aTl