Banner

อดีตหัวหน้าทีมชุมชน Destiny 2 เผย Bungie เคยเกือบต้องปิดตัวลงก่อนโดน Sony ซื้อกิจการ

ไฮไลท์บทความ

อดีตผู้จัดการฝ่ายชุมชนของ Destiny 2 เปิดเผยว่า Bungie เคยเผชิญวิกฤตทางการเงินอย่างหนักจนเกือบต้องปิดตัวลงก่อนที่ Sony จะเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านเหรียญฯ เพื่อช่วยพยุงสตูดิโอและแฟรนไชส์ Destiny ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโปรเจกต์ในอนาคตอย่าง Destiny 3 ที่ถูกระงับแผนงานไป และมุ่งเน้นไปที่เกม Marathon แทน


Bungie เคยติดตัวแดงหนักมาก ก่อนที่จะมีการเข้าซื้อกิจการโดย Sony ซะอีก ถ้าไม่ได้โดนซื้อกิจการในตอนนั้น สตูดิโอก็อาจที่จะต้องปิดตัวลง หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือต้องปิดตัวเกม Destiny


.
อดีตผู้จัดการฝ่ายชุมชนของเกม Destiny 2 ออกมายืนยันว่า Bungie เคยเกือบจะต้องปิดตัวลงในช่วงก่อนที่จะถูก Sony เข้าซื้อกิจการ เพราะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการประคับประคอง Destiny 2 มาเป็นเวลานานแล้ว จนถึงขนาดที่ว่าการเข้าซื้อกิจการมูลค่า 3.6 พันล้าน USD นั้น เปรียบเสมือนสิ่งที่ช่วยให้สตูดิโอสามารถเดินหน้าต่อไปได้อีกสักระยะ
.
แหล่งข่าวระบุว่าบริษัทต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อประคับประคอง Destiny 2 มานานหลายปี โดยมีการคาดการณ์ว่า Bungie กำลังจะถูกสั่งปลดพนักงานระลอกใหญ่ในอนาคตอันใกล้ และโปรเจกต์ขนาดเล็กอื่นๆ แทบจะไม่มีโปรเจกต์ไหนประสบความสำเร็จเลย ยกเว้นเพียงโปรเจกต์เดียวที่ถูก Sony คว้าตัวไปคือเกม Marathon ทว่าตัวเกมก็ทำผลงานได้ไม่สู้ดีนักเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้เล่นของ Destiny ในยุครุ่งเรืองสุดขีด
.
“Bungie เคยติดตัวแดงหนักมาก ก่อนที่จะมีการเข้าซื้อกิจการโดย Sony ซะอีก ถ้าไม่ได้โดนซื้อกิจการในตอนนั้น สตูดิโอก็อาจที่จะต้องปิดตัวลง หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือต้องปิดตัวเกม Destiny”
คุณ Liana Ruppert อดีตผู้จัดการฝ่ายชุมชนของ Destiny 2 กล่าว
.
แม้ว่าตัวเกม Destiny 2 จะกลับมาได้รับความนิยมหลังจากปล่อยอัปเดตสุดท้ายอย่าง Monuments of Triumph แต่ตัวเกมก็ประสบปัญหาเรื่องการรักษาฐานผู้เล่นและระบบการสร้างรายได้มาได้สักระยะแล้ว โดยคุณ Liana อ้างว่าข้อตกลงกับ Sony ในทางปฏิบัติแล้วมันคือการเข้าซื้อกิจการในภาวะฉุกเฉิน แม้ว่าในมุมมองจากคนภายนอกจะไม่ได้ดูเป็นเช่นนั้นก็ตาม
.
คุณ Liana ยังกล่าวเสริมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาชุมชนต่างตั้งตัวไม่ติด และเป็นสิ่งเตือนใจว่าคนนอกหรือสาธารณชนไม่มีทางรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นภายในเบื้องหลังอุตสาหกรรมเกมนี้ และเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโปรเจกต์ Live-service ใหม่ของ Destiny ไม่ได้ไปต่อแน่ แม้จะมีแคมเปญเรียกร้องให้สร้าง Destiny 3 จากฝั่งผู้เล่นก็ตาม ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้จึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และมีเพียง Sony เท่านั้นที่รู้ว่า Bungie จะเป็นอย่างไรต่อไป
.
ส่วนเหตุที่ Destiny 2 กลับมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกครั้ง เพราะเพิ่งจะได้รับอัปเดตระบบ Live-service ครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยดึงดูดผู้เล่นที่อาจจะเลิกเล่นไปในช่วง2-3 ปีหลังให้กลับมา เพราะหลังจากี้จะไม่มีการอัปเดตอีกแล้ว จึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกสบายใจที่จะกลับมาเล่นเกมได้โดยไม่ต้องกังวลว่าเนื้อหาเก่าๆ จะถูกถอดออกจากเกมหลังผ่านไประยะหนึ่ง นอกจากนี้ อัปเดตสุดท้ายยังมาพร้อมกับการปรับปรุงระบบกิจกรรมและไอเทมดรอปใหม่ทั้งหมด ทำให้ทุกอย่างในเกมกลับมาคุ้มค่าและน่าเล่นในคราวเดียว
.
แต่ก็ใช่ว่า Bungie จะไม่พยายามผลักดันภาคต่อเลย ก่อนหน้านี้เคยมีแผนที่จะเปลี่ยน Destiny 2 ให้กลายเป็นโปรเจกต์ชื่อว่า Destiny Infinity เพื่อประคองแฟรนไชส์นี้เอาไว้จนกว่าจะสามารถสร้างภาคต่อที่สมบูรณ์แบบได้ แต่แผนดังกล่าวก็ไม่ได้รับการอนุมัติจาก Sony เช่นกัน
.
โดยแผน Destiny Infinity คือการปรับโมเดลเกมให้กลับไปเป็นการปล่อย DLC ขนาดใหญ่เพียงปีละครั้ง คู่ไปกับการปรับปรุงระบบ Live-service ใหม่ แต่แผนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าตาผู้บริหารของ Sony จึงต้องพับแผนไป ส่วน Destiny 3 ก็เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาควบคู่ แต่ก็ต้องพับไปอีกเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้เท่ากับว่า Marathon คือโปรเจกต์เดียวของ Bungie ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ และต้องดูต่อไปอีกระยะว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป
——————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀

Source: https://m.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid02amV3yWCw4kVAgwNtfyneRb4dqcMg6RzV8651WCHPcEgnjRm5BvgQWx2pZTENS9zrl