ไฮไลท์บทความ
ร่วมฉลองครบรอบ 25 ปี Final Fantasy X เกม JRPG ระดับตำนานจากยุค PlayStation 2 ที่สร้างความประทับใจด้วยเนื้อเรื่องสุดซึ้งและกราฟิกที่ก้าวกระโดด ย้อนรอยจุดเด่นทั้งระบบต่อสู้ CTB, กระดาน Sphere Grid, มินิเกม Blitzball และบทเพลงอมตะที่ทำให้ภาคนี้กลายเป็นเกม RPG อันดับ 1 ในใจใครหลายคนจนถึงปัจจุบัน
.
วันนี้เป็นวันครบรอบ 25 ปี ของเกม JRPG ระดับตำนาน ที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวเกมในยุค PlayStation 2 ด้วยกราฟิกที่สวยงาม ระบบการเล่นที่ล้ำยุค ตัวละครและเนื้อเรื่องที่น่าประทับใจ เพลงประกอบที่ไพเราะติดหู แม้ว่าจะวางจำหน่ายมานานถึง 25 ปี แต่ก็ยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นเกม RPG ที่มีเนื้อเรื่องดีที่สุดตลอดกาลจวบจนทุกวันนี้ ถึงขนาดที่ชาวญี่ปุ่นร่วมกันโหวตให้เป็น 1 ในเกมที่ “ประทับใจจนอยากลบความทรงจำแล้วเล่นใหม่อีกรอบ” และ “อันดับ 1 เกม RPG ทำให้เสียน้ำตามากที่สุด” เลยทีเดียว
.
นั่นคือ วันครบรอบ 25 ปี ของ Final Fantasy X ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2001 บน PlayStation 2
.
Final Fantasy X เป็นภาคหลักลำดับที่ 10 ของเกม RPG ซีรีส์ Final Fantasy ที่พลิกโฉมอย่างก้าวกระโดด ด้วยขุมพลังจาก PlayStation 2 ทำให้ตัวเกมใช้ฉากเป็น 3D เต็มรูปแบบ (แม้ว่าจะยังมีบางส่วนเป็นภาพ Pre-rendered ก็ตาม) รวมถึงเป็นภาคแรกที่มีเสียงพากย์ตัวละครเต็มรูปแบบ ที่ยิ่งทำให้การเล่าเรื่องรู้สึกอินกว่าภาคใดๆ ที่เคยมีมา
.
โดยเรื่องราวของ Final Fantasy X เกิดขึ้นในโลกแฟนตาซีที่ชื่อ Spira ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมแถมมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ประเทศไทย และญี่ปุ่น ในขณะที่ Zanarkand คาดว่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากเมือง Samarkand ในประเทศอุซเบกิสถาน โดยเล่าเรื่องราวของกลุ่มนักเดินทางที่ออกตามล่าหามอนสเตอร์ยักษ์นามว่า Sin ในขณะที่ผู้เล่นจะรับบทเป็น Tidus นักกีฬา Blitzball กีฬาสมมติในโลกของเกม ที่โดน Sin ทำลายบ้านเกิด และเขาได้พบเจอกับ Yuna นักอัญเชิญ จึงร่วมกันเดินทางเพื่อกำจัด Sin แต่ระหว่างทาง นอกจากจะพบการผจญภัย สหายร่วมเดินทาง เรื่องราวที่เข้มข้นแล้ว เขายังค้นพบความจริงที่น่าตกตะลึงและไม่คาดคิดมาก่อนด้วย
.
Final Fantasy X เริ่มต้นการพัฒนาเมื่อปี 1999 ด้วยงบประมาณมากกว่า 32.3 ล้าน USD และใช้ทีมงานมากกว่า 100 ชีวิต ซึ่งเป็นภาคแรกของซีรีส์ที่นอกจากคุณ Nobuo Uematsu นักแต่งเพลงคู่บุญของซีรีส์แล้ว ยังมีคุณ Masashi Hamauzu และคุณ Junya Nakano ร่วมประพันธ์เพลงด้วย
.
นอกเหนือจากกราฟิกแล้ว Final Fantasy X ยังนำเสนอเกมเพลย์การต่อสู้รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Conditional Turn-Based Battle (CTB) เข้ามาแทนที่ระบบต่อสู้ Active Time Battle (ATB) ที่ใช้มาตั้งแต่ภาค 4 โดยความแตกต่างคือ จะเป็นการผลัดกันเล่นอย่างแท้จริง ที่ตัวเกมจะหยุดรอระหว่างเทิร์นของผุ้เล่น และจะมีไทม์ไลน์ที่แสดงลำดับเทิร์นของตัวละครและศัตรู พร้อมบอกว่า การกระทำแต่ละอย่างจะส่งผลต่อการเรียงลำดับเทิร์นในอนาคตอย่างไร และสามารถเปลี่ยนลำดับได้จากเวทมนตร์ ไอเท็ม และสกิลต่างๆ
.
ซึ่ง Final Fantasy X ยังยกเลิกระบบค่าประสบการณ์แบบดั้งเดิม ที่จะเพิ่มค่าสถานะแบบกำหนดตายตัวเมื่ออัปเลเวล แล้วนำเสนอระบบพัฒนาตัวละครใหม่ที่เรียกว่า Sphere Grid โดยเมื่อตัวละครสะสม AP เพียงพอ ก็จะได้รับ Sphere Level ในการเคลื่อนไปตาม Sphere Grid ที่เป็นกระดานพัฒนาตัวละครที่ประกอบด้วยช่องเชื่อมต่อกัน แต่ละช่องจะมอบโบนัสค่าสถานะหรือความสามารถต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งการเติบโตของตัวละครได้อย่างอิสระ และแตกต่างจากบทบาทที่เกมกำหนดเอาไว้ได้ เช่น Yuna เดิมเป็นสาย White Mage ก็สามารถที่จะเป็นนักสู้ระยะประชิดที่มีพลังโจมตีสูงได้ ทำให้มีอิสระในการสร้างสายการเล่นมากยิ่งขึ้น
.
สิ่งที่ทำให้หลายคนน่าจะลืมไม่ลง คือ ดนตรีประกอบเกม ถ้าหากเกมรุ่นพี่ก่อนหน้าอย่าง Final Fantasy VIII มี Eye On me สุดตราตรึง หรือ Final Fantasy IX ที่มี Melody of Life ที่น่าประทับใจ ภาคนี้ก็มีไม้เด็ดอย่าง “To Zanarkand” ที่เปิดขึ้นมาตั้งแต่เริ่มเกม และบอกใบ้เนื้อเรื่องของเกมตั้งแต่แรก หรือ เพลงธีมอย่าง “Suteki da ne” ที่ขับร้องโดย RIKKI ซึ่งผสมผสานเครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว
.
และที่โดดเด่นที่สุดของภาคนี้ ก็คือ Blitzball กีฬาสมมติในโลก Final Fantasy X ที่เป็นมินิเกมที่ต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์และการวางแผน และมีบทบาทสำคัญกับเนื้อเรื่องหลักในช่วงต้นของเกมด้วย แต่หลังจากนั้น ผู้เล่นจะเลือกเล่นหรือไม่ก็ได้ตามต้องการ
.
หลังจากวางจำหน่าย Final Fantasy X ไม่เพียงแต่ได้รับคำชมจากทั้งนักวิจารณ์และผู้เล่นในยุคนั้นอย่างล้นหลาม แต่ยังทำยอดขายทะลุ 1 ล้านชุด ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และสร้างรายได้ในวันแรกราว 145 ล้าน USD หรือเรียกได้ว่า เหนือกว่า Final Fantasy VII และ Final Fantasy IX ในช่วงเวลาเดียวกัน และกลายเป็นเกมแรกของ PlayStation 2 ที่ทำยอดขายทะลุ 2 ล้านชุด และตามมาเป็น 4 ล้านชุด จนทำยอดขายต่อเนื่องได้ถึง 5.89 ล้านชุด ในปี 2003 ส่วนในเดือน ต.ค. 2013 มีการเปิดเผยว่า Final Fantasy X และ Final Fantasy X-2 รวมกันมียอดขายบน PlayStation 2 มากกว่า 14 ล้านชุดทั่วโลก และมีการนำมารีมาสเตอร์ไปลงแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้ง PlayStation 3, PlayStation Vita, PlayStation 4 รวมถึง Steam, Nintendo Switch และ Xbox One ด้วย
.
ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา Final Fantasy X ก็เป็นเกมที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่แค่เกมที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็น “วรรณกรรมชิ้นเอก” ในรูปแบบสื่อเกมระดับขึ้นหิ้ง ที่ควรค่าในการกลับไปเล่นอีกหลายๆ รอบ และสมศักดิ์ศรี “อันดับ 1 เกม RPG ที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นเสียน้ำตามากที่สุด” ด้วยประการทั้งปวง
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านขายเกมและบัตรเติมเกม ราคาถูก รับของทันที เปิด 24 ชั่วโมง เชื่อถือได้ 100% สมาชิกกว่า 200,000 คน ขายไปแล้วกว่า 800,000 คีย์



