ไฮไลท์บทความ
รายงานวิจัยจาก Jefferies เตือนราคาหน่วยความจำจ่อปรับตัวสูงขึ้นถึง 50% ในไตรมาส 3 และพุ่งต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปี 2569 จากวิกฤตขาดแคลนอุปทานและการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน คาดสถานการณ์จะไม่คลี่คลายจนกว่าจะถึงปี 2571 แม้มีความพยายามดึงผู้ผลิตจากจีนเข้ามาช่วยควบคุมต้นทุนแต่ยังทำได้ยากในระยะสั้น
.
สถาบันวิจัย Jefferies Equity Research ได้ออกรายงานจัยเตือนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก หลังพบว่าราคาหน่วยความจำมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 เนื่องมาจากวิกฤตอุปทานขาดแคลนที่ยังคงความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะลากยาวและไม่มีแววคลี่คลายลงจนกว่าจะถึงปี 2571
.
โดยรายงานระบุ ราคาหน่วยความจำในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นถึง 40% – 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและจะทะยานต่อเนื่องอีก 30% – 40% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 และในปี 2570 คาดว่าราคาจะยังคงพุ่งสูงขึ้นอีก 40% – 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยจะเริ่มมองเห็นการฟื้นตัวหรือราคาปรับลดลงได้เร็วที่สุดในช่วงปี 2571 ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังการผลิตใหม่จะเติบโตขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของอุปทานอาจไม่ได้ส่งผลกระทบด้านบวกมากนัก เนื่องจากความต้องการในกลุ่ม AI ยังคงขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
.
ในปัจจุบัน ปริมาณกำลังการผลิตกว่า 50% ของอุตสาหกรรมได้ถูกผูกขาดผ่านข้อตกลงและสัญญาระยะยาว ระหว่างผู้ผลิตชิปและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทอย่าง Micron ได้ลงนามในข้อตกลงลูกค้ายุทธศาสตร์ ไปแล้วถึง 16 ฉบับ และตัวเลขสัญญาแนวนี้อาจพุ่งสูงขึ้นถึง 70% ในอนาคต
.
ว่าง่ายๆคืออุปทานหน่วยความจำที่เหลือรอดมาถึงกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์พีซี, แล็ปท็อป, เครื่องคอนโซล และสมาร์ตโฟน จะมีปริมาณลดน้อยลง และนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าหน้าร้านแบบยกแผง ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคาในรอบนี้สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาขาดแคลนซัพพลายทั่วโลกและการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิตของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron
.
สำหรับกระแสข่าวที่ว่าผู้ผลิตจากประเทศจีนจะเข้ามาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวช่วยดึงราคาลงมานั้น ทาง Jefferies ชี้ว่าเป็นเพียงความเชื่อที่ผิดๆ เพราะในความเป็นจริงบริษัทสัญชาติจีนต่างตั้งราคาขายชิป DRAM และ NAND ในระดับที่ใกล้กับตลาดโลก โดยข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวคือเรื่องของปริมาณอุปทาน แต่ซัพพลายส่วนใหญ่ก็ถูกสงวนไว้สำหรับจำหน่ายและบริโภคภายในประเทศจีนเป็นหลักเท่านั้นอยุ่ดี
.
ทางด้านบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Apple กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำหน่วยความจำจากประเทศจีนเข้ามาใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้วย โดยมีรายงานว่าทางค่ายพยายามวิ่งเต้นเจรจาเพื่อดึงบริษัท CXMT ของจีนเข้ามาร่วมเป็นซัพพลายเออร์ในการจัดหาวัตถุดิบเพื่อควบคุมต้นทุน หลังจากที่ราคาขายปลีกของอุปกรณ์ Apple เพิ่งดีดราคาไปเมื่อวันก่อนหน้า
นอกจากนี้สินค้าจากประเทศจีนเองจะไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนหรือเข้ามาดึงราคากลางในตลาดโลกให้ลดลงได้ในช่วงปี 2569 – 2570 แต่อาจเริ่มเปลี่ยนไปในปี 2571 หากผู้ผลิตจีนรายใหญ่ทั้ง CXMT และ YMTC ก้าวเข้าสู่แผนงานขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ ซึ่งจะมีการเร่งสร้างโรงงานและเปิดสายการผลิตใหม่ ๆ จนอาจทำให้ประเทศจีนมีปริมาณสินค้าคงคลังมากพอที่จะส่งออกไปบุกตลาดต่างประเทศได้ในระยะยาว
——————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀



