Banner

ผู้กำกับชี้! เหตุที่ FF7 Revelation เน้นระบบทางเลือกในเนื้อเรื่อง เพื่อให้คนดูสตรีมรู้สึก “อยากซื้อมาเล่นเอง”

ไฮไลท์บทความ

Square Enix ประกาศเปิดตัว Final Fantasy 7 Revelation ภาคสุดท้ายปี 2027 ผู้กำกับ Naoki Hamaguchi เผยเหตุผลที่เกมเน้นระบบทางเลือกในเนื้อเรื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์เล่นที่ไม่ซ้ำกัน เขาหวังกระตุ้นผู้ชมสตรีมให้เกิดความอยากทดลองเล่นด้วยตัวเอง สัมผัสความแตกต่างที่สตรีมเมอร์ไม่สามารถมอบให้ได้ และแก้ปัญหาคนไม่ซื้อเกมแต่ดูแค่สตรีม


สิ่งหนึ่งที่เกม RPG อย่าง Final Fantasy จำเป็นต้องระวังในยุคนี้ ก็คือความเป็นไปได้ที่ผู้คนอาจจะแค่ดูสตรีมมิ่งของเกม แล้วรู้สึกพอใจโดยไม่จำเป็นต้องเล่นเกมด้วยตัวเอง นี่ก็ถือว่าค่อนข้างเป็นวิกฤตอย่างหนึ่งของเกม หรืออย่างน้อย ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สร้างเกมจะรู้สึกยินดีได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ถ้าผู้ชมดูสตรีมมิ่งแล้วเกิดความคิดว่า 'ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไรในสถานการณ์นั้น?' หรือ 'ถ้าลองเล่นแบบนี้จะเป็นอย่างไร?' จนอยากจะทดลองเล่นด้วยตัวเอง ผมหวังว่าพวกเขาจะได้รับแรงวันดาลใจจากไปซื้อเกมจริงมาลองเล่นด้วยตัวเอง


.
หลังจากที่รอคอยมานาน ในที่สุด Square Enix ก็ประกาศเปิดตัว Final Fantasy 7 Revelation โดยตัวเกมจะวางจำหน่ายพร้อมกันบนทุกแพลตฟอร์มในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2027 (มิ.ย. – พ.ค.) ที่ทำให้แฟนๆ ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นบทสรุปสุดท้ายปิดฉากไตรภาค Final Fantasy 7 Remake ที่ใช้เวลาพัฒนามาอย่างยาวนาน โดยจะเพิ่มความสำคัญให้กับทางเลือกที่ผู้เล่นสามารถตัดสินใจมากขึ้น ที่จะส่งผลต่อทั้งการดำเนินเรื่องและประสบการณ์การเล่าเรื่อง
.
แม้ว่า Final Fantasy 7 Revelation จะมีตอนจบเพียงแบบเดียว แต่ตัวเกมจะมีเนื้อหาแตกแขนง และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงมากพอ จนไม่มีการเล่นรอบใดที่เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งการเล่นจบเพียงรอบเดียว ย่อมไม่ได้สัมผัสทุกอย่างที่เกมนำเสนอ
.
ที่น่าสนใจก็คือ จากการให้สัมภาษณ์กับทาง 4Gamer คุณ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับ Final Fantasy 7 Revelation มองว่า การเพิ่มอิสระในการตัดสินใจและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นแต่ละคนมีประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างกัน คือสิ่งที่เกมในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมี ซึ่งสิ่งนี้ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับยุคปัจจุบันที่เกมต่างๆ มักจะมีสตรีมเมอร์เล่นให้ดูตั้งแต่วันแรกตั้งแต่เกมวางจำหน่าย จนทำให้แฟนเกมบางส่วน อาจจะเลือกดูสตรีมมิ่งเพื่อรับเรื่องราวเนื้อเรื่องทั้งหมด แล้วตัดสินใจที่จะไม่ซื้อเกมมาเล่นด้วยตัวเอง
.
“สิ่งหนึ่งที่เกม RPG อย่าง Final Fantasy จำเป็นต้องระวังในยุคนี้ ก็คือความเป็นไปได้ที่ผู้คนอาจจะแค่ดูสตรีมมิ่งของเกม แล้วรู้สึกพอใจโดยไม่จำเป็นต้องเล่นเกมด้วยตัวเอง นี่ก็ถือว่าค่อนข้างเป็นวิกฤตอย่างหนึ่งของเกม หรืออย่างน้อย ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สร้างเกมจะรู้สึกยินดีได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ถ้าผู้ชมดูสตรีมมิ่งแล้วเกิดความคิดว่า ‘ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไรในสถานการณ์นั้น?’ หรือ ‘ถ้าลองเล่นแบบนี้จะเป็นอย่างไร?’ จนอยากจะทดลองเล่นด้วยตัวเอง ผมหวังว่าพวกเขาจะได้รับแรงวันดาลใจจากไปซื้อเกมจริงมาลองเล่นด้วยตัวเอง”
คุณ Hamaguchi กล่าว
.
ซึ่งคุณ Hamaguchi ย้ำว่า เขาไม่ได้มองเหล่าสตรีมเมอร์หรือการสตรีมเกมในแง่ลบแต่อย่างใด แต่มองว่า ถ้าประสบการณ์การเล่นของเกมมีเพียงแค่เนื้อเรื่อง อาจจะทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกว่า การนั่งดูสตรีมเมอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์คนโปรดเล่นให้ดู สนุกกว่าการมานั่งเล่นด้วยตัวเอง และอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อเกมมาเล่นเอง จนส่งผลต่อจำนวนการเข้าถึงตัวเกมในท้ายที่สุด พร้อมระบุว่า สื่อบันเทิงควรปรับตัวและพัฒนาไปตามยุคสมัย มากกว่าการยึดติดอยู่กับแนวทางเดิมๆ นั่นคือสิ่งที่เขาพยายามทำมาตลอดการพัฒนา Final Fantasy 7 Remake, Rebirth และ Revelation
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀

Source: https://m.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid0fUQHwfU6Ata2fa5mTcXuaSsSRZBRQZoSxi6sE2FymVhFK5xtsgz6WUbyCcfXUFXol