Banner

ส.ส. EU มั่วนิ่ม! โจมตีกลางสภาว่า Woke ทำลายวงการเกม ทั้งที่กำลังคุยกันเรื่อง Stop Killing Games

ไฮไลท์บทความ

สมาชิกสภายุโรปจากสโลวาเกียเบี่ยงประเด็นการประชุมเรื่อง Stop Killing Games ที่มุ่งเน้นสิทธิผู้บริโภคและการเป็นเจ้าของสินค้าดิจิทัล โดยหันไปโจมตีอุดมการณ์ Woke และเกม Assassin's Creed Shadows ว่าเป็นสิ่งที่ทำลายวงการเกมที่แท้จริง ขณะที่สมาชิกท่านอื่นยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นกฎหมายคุ้มครองผู้เล่นจากการถูกปิดเซิร์ฟเวอร์เกม


.
เมื่อวันก่อน คณะกรรมาธิการยุโรป และสมาชิกสภายุโรป ร่วมกันเข้าประชุมใหญ่ที่เมือง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการประชุมประจำเดือนที่กินเวลานาน 4 วัน โดยเหล่าสมาชิกของสหภาพยุโรปจะมาร่วมอภิปรายและลงมติในประเด็นต่างๆ ที่เสนอโดยคณะผู้นำของรัฐสภายุโรป
.
และ 1 ในหัวข้อหยิบยกขึ้นมาอภิปรายกันในครั้งนี้ ก็คือ โครงการ Stop Destroying Videogames หรือข้อเสนอจากกลุ่มคนบนโลกออนไลน์รู้จักกันในชื่อ “Stop Killing Games” นั่นเอง
.
แต่กลายเป็นว่า ในช่วงการอภิปรายของการประชุมใหญ่ มีการเปิดโอกาสให้สมาชิกสภายุโรป สามารถแสดงความเห็นของตัวเองได้ ทั้งสมาชิกในสภาและผู้ชมไลฟ์สตรีม ต้องมานั่งฟังคำพูด “นอกประเด็น” ของคุณ Milan Uhrík ผู้นำ Republic Movement พรรคขวาจัดของสโลวาเกีย ที่ออกมาพูดโจมตีอุตสาหกรรมเกมด้วยความไม่พอใจส่วนตัวที่มีต่อ Assassin’s Creed Shadows ที่มีการนำเสนอซามูไรชาวแอฟริกัน และพูดเรื่อง Woke แทน
.
“ความ Woke และการหาเงินอย่างละโมบ กำลังทำลายวงการวิดีโอเกม พวกคุณอยากคุยกันใช่มั้ยว่า อะไรคือสิ่งที่กำลังทำลายวิดีโอเกม? งั้นผมจะพูดให้ดังๆ ชัดๆ ตรงนี้เลยว่า 1 ในสิ่งที่กำลังทำลายเกมคือ อุดมการณ์ Woke สุดเพี้ยน และความถูกต้องทางการเมืองที่กำลังยัดเยียดเข้าไปในเกมต่างๆ”
คุณ Uhrík เปิดฉากกล่าวสุนทรพจน์สุดเดือด
.
คุณ Uhrík ที่อ้างว่าตัวเองเป็น “คนเล่นเกม PC” ยกตัวอย่างสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “อุดมการณ์ Woke” มีอยู่ 2 กรณี คือ เกมที่ไม่ได้ระบุชื่อที่ผู้เล่น “รับบทเป็นตัวละคร ที่มีความหลากหลายทางเพศ” และอีกเกมหนึ่ง ก็คือ Assassin’s Creed
.
“ยกตัวอย่าง ถ้าเราอยากเล่นเป็นซามูไร เราก็อยากจะเล่นเป็นนักรบญี่ปุ่น ไม่ใช่บังคับให้เล่นเป็นนักรบผิวดำหรือนักรบหญิง อย่างที่เกิดขึ้นใน Assassin’s Creed Shadows หรือการต้องเล่นเป็นตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศโดยไม่มีทางเลือกอื่นเลย นี่คือปัญหาสำหรับผู้เล่นจริงๆ”
คุณ Uhrík กล่าวต่อ
.
ซึ่งต้นสายปลายเหตุของการเกิดแคมเปญ Stop Killing Games คือการปิดให้บริการ The Crew ภาคแรกของเกมแข่งรถ Open World ของ Ubisoft จนทำให้ยูทูบเบอร์นามว่า Ross Scott เริ่มต้นแคมเปญนี้ และตั้งคำถามถึงความชอบธรรมทางกฎหมายของผู้จัดจำหน่ายเกมที่สามารถสั่งปิดเกมที่ขายให้กับผู้เล่นไปแล้วได้ตามต้องการ
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า คุณ Uhrík จะมั่วบ้านงานและพยายามเปลี่ยนการสนทนาให้กลายเป็นเรื่องอื่นก็ตาม แต่ Stop Killing Games ก็ถือว่าเป็น 1 ในโมเมนต์สำคัญของรัฐสภายุโรป เพราะมีสมาชิกวุฒิสภาหลายคน ออกมาสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีสิทธิ์ในวิดีโอเกมมากขึ้น และมีตัวแทนหลายท่านที่เห็นด้วยว่า บริษัทไม่ควรจะสั่งปิดเกมที่ผู้เล่นจ่ายเงินซื้อไปแล้ว และควรปฏิบัติกับเกมเหล่านี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ตลอดมากกว่าที่เป็นเพียงบริการออนไลน์ชั่วคราว โดยแย้งว่า ผู้ที่ซื้อเกมไปแล้ว ไม่ควรสูญเสียการเข้าถึงเกม เพียงเพราะบริษัทยุติการสนับสนุนหรือต้องการย้ายผู้เล่นไปยังเกมภาคใหม่ จนถึงขนาดมีบางราย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมาธิการยุโรป ว่าดำเนินการไม่เด็ดขาดพอ และกังวลว่า สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงแถลงการณ์ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แทนที่จะผลักดันกฎหมายใหม่อย่างจริงจัง
.
ดังนั้น เรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงที่ดำเนินต่อไปในรัฐสภาของสหภาพยุโรป ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เรื่องวิดีโอเกมอีกแล้ว แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล สิทธิผู้บริโภค และภาระหน้าที่ของบริษัทต่างๆ หลังจากขายสินค้าให้ลูกค้าไปแล้วด้วย
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านเติมเกม Steam, PSN, Nintendo, Roblox, DMM, DLsite, เติมเกมญี่ปุ่น, ไอดีเกม, เกมแท้ราคาถูก รับของทันที

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid0KxeNtMxcHqyGz8g65gyDkhCf711xFye3EBGUzHMvMP3MZWaUQGu5RnhVtHWpWeYWl