ไฮไลท์บทความ
Adi Shankar ผู้สร้างแอนิเมชันซีรีส์ Devil May Cry วิพากษ์วิจารณ์ว่าหนังจากเกมส่วนใหญ่มักล้มเหลวหรือมีคุณภาพต่ำ เพราะบริษัทใหญ่เน้นความเป็นแบรนด์และการตลาดมากเกินไปจนขาดจิตวิญญาณของผลงานต้นฉบับ พร้อมเผยแนวคิดการสร้างซีรีส์ DMC ให้เข้าถึงแก่นแท้ของเกมมากกว่าการเป็นแค่สินค้าแปะโลโก้
เมื่อวิดีโอเกมได้รับการปฏิบัติเป็นแบรนด์มานานพอ มันก็กลายเป็นแค่โลโก้ แล้วคุณก็เอาโลโก้ไปแปะบนสิ่งต่างๆ และคุณก็ได้ภาคแยกออกมาเยอะแยะนับไม่ถ้วน
.
ในตอนนี้ ก็พอจะเรียกได้ว่าเป็น “ยุคทอง” ของภาพยนตร์และหนังซีรีส์จากวิดีโอเกม เพราะมีสตูดิโอต่างๆ หันมานำวิดีโอเกมไปสร้างเป็นสื่อประเภทนี้มากกว่าที่เคยมีมา รวมถึงมีผลงานที่ประสบความสำเร็จ อย่าง The Super Mario Bros. Movie ที่ทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน USD กลายเป็นภาพยนตร์จากเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุด และอีกหลายโปรเจ็กต์ที่อยู่ระดับกลางๆ อาทิ ภาพยนตร์ซีรีส์คนแสดง Like a Dragon: Yakuza ของ Prime Video และ Return to Silent Hill ที่ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์แบบเดียวกับที่ผู้เล่นสัมผัสบนคอนโซลออกมาได้อย่างไม่เต็มที่
.
ถึงอย่างนั้น วงการนี้ก็ยังเต็มไปด้วยขุมทองและเกิดกระแสแย่งชิงกันอย่างหนัก จนมีการประกาศนำเกมต่างๆ อาทิ Helldivers 2, Duke Nukem, It Takes Two และ Metal Gear Solid มาทำเป็นภาพยนตร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
.
แต่สำหรับคุณ Adi Shankar ผู้สร้างแอนิเมชันซีรีส์ดัดแปลงจากเกม Devil May Cry ของ Netflix กลับมั่นใจมาก ว่าโปรเจ็กต์เหล่านี้ สุดท้ายแล้ว ก็ “ไม่น่าไปรอด” จากการให้สัมภาษณ์กับทาง GamesRadar+
.
“ผมว่าส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะได้สร้างจริง เพราะมันมีผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเยอะเกินไป การพูดว่า ‘เราจะนำเกมนี้มาทำหนัง’ มันง่ายมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเห็นการประกาศหนังจากคอมิก หนังจากเกม และซีรีส์แบบนี้ มาตั้งแต่ยุค 90s แล้ว
.
มันคงไปไม่ถึงจุดที่มีผลงานแบบนี้ สร้างขึ้นมาปีละ 50 เรื่องหรอก พวกเขาก็แค่ประกาศกันเยอะ ถ้าเราพูดถึงการดัดแปลงตรงๆ แบบเอาวิดีโอเกมมาทำเหมือนหนังจากนิยาย และมีออกมาปีละ 50 เรื่องจริงๆ สุดท้ายผู้ชมจะเริ่มโหยหาผลงานภาพยนตร์ที่เป็นออริจินอลแทน”
เขาอธิบาย
.
ในมุมมองของคุณ Shankar แม้โปรเจ็กต์ที่ผ่านช่วงประกาศและเดินหน้าผลิตจริงมาแล้ว แต่คุณภาพก็อาจยังไม่ดีพออยู่ดี เหตุเพราะต้องผ่านขั้นตอนและข้อจำกัดมากมายของบริษัทต่างๆ หรือบางกรณี ก็เพราะแฟรนไชส์เหล่านั้น แบกรับความเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่เอาไว้หนักเกินไปตั้งแต่ต้นแล้ว
.
“ผมว่าสุดท้าย มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่ภาพยนตร์ดัดแปลงจากวิดีโอเกมส่วนใหญ่จะออกมา ‘ฝืนๆ จนดูแล้วยี้’ เพราะถ้ามองไปยังเกมที่ประสบความสำเร็จมหาศาล หลายเกมก็ไม่ได้ดูแลโดยคนสร้างเกมจริงๆ แต่มีบริษัทใหญ่เข้ามาบริหาร แล้วมอบหมายให้ผู้จัดการแบรนด์เข้ามาจัดการแทนใช่มั้ยล่ะ
.
เพราะสุดท้าย มันกลายเป็นแบรนด์ไปแล้ว เมื่อวิดีโอเกมได้รับการปฏิบัติเป็นแบรนด์มานานพอ มันก็กลายเป็นแค่โลโก้ แล้วคุณก็เอาโลโก้ไปแปะบนสิ่งต่างๆ และคุณก็ได้ภาคแยกออกมาเยอะแยะนับไม่ถ้วน ได้เกมมือถือ และอะไรต่อมิอะไรอีกบานเบอะ อืม ตอนนี้ทุกอย่างเป็นแบรนด์ไปแล้วนาย ณ จุดจุดนี้ คุณก็จะแบบ แล้วหนังของ Captain Crunch อยู่ไหนล่ะ?”
เขาอธิบาย
.
อย่างไรก็ตาม สำหรับแอนิเมชันซีรีส์ Devil May Cry คุณ Shankar ตั้งเป้าจะหลีกเลี่ยงปัญหาแบบนั้น ด้วยการสร้างผลงานที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของซีรีส์เกมแอ็กชันฟันแหลกจาก Capcom ที่ไม่ใช่การก๊อปจากเกมมาตรงๆ
.
โดยในซีซัน 2 ที่กำลังจะฉายในสัปดาห์หน้า จะมีการปูทางไปสู่การเผชิญหน้าภายในครอบครัว เมื่อ Vergil กลายเป็นเป้าหมายในสายตาของฝาแฝดอย่าง Dante
.
Devil May Cry ซีซัน 2 มีกำหนดฉายบน Netflix ในวันที่ 12 พ.ค. 2026
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านเติมเกม Steam, PSN, Nintendo, Roblox, DMM, DLsite, เติมเกมญี่ปุ่น, ไอดีเกม, เกมแท้ราคาถูก รับของทันที




