Banner

นักพัฒนาเกมญี่ปุ่นหลายรายยอมรับ “แทบเป็นไปไม่ได้” สำหรับสตูดิโอในญี่ปุ่นที่จะทำเกมสเกลใหญ่แบบ NTE

ไฮไลท์บทความ

นักพัฒนาเกมญี่ปุ่นวิเคราะห์ความสำเร็จของ Neverness to Everness (NTE) เกม Open World จากจีนที่ทำรายได้ถล่มทลาย โดยชี้ว่าญี่ปุ่นประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ กฎหมายแรงงานที่เข้มงวด และงบประมาณที่ไม่เอื้ออำนวยเมื่อเทียบกับสตูดิโอในจีนและเกาหลี ทำให้การสร้างเกมระดับโลกที่มีรายละเอียดสูงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้


ถ้าถามว่า ญี่ปุ่นจะสร้างเกมแบบนี้ได้มั้ย ผมคงตอบว่า 'เป็นไปไม่ได้'


.
ในที่สุด Neverness to Everness หรือ NTE เกมแอ็กชัน Open World ในเมืองใหญ่สไตล์อนิเมะจากผู้สร้าง Tower of Fantasy ก็เปิดให้เล่นฟรีอย่างเป็นทางการ ทั้งบน PC, PS5 และมือถือ หลังจากที่ปล่อยให้แฟนๆ รอคอยมานาน ซึ่งตัวเกมกลายเป็นกระแสทันทีในหมู่ผู้เล่นชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ตัวเกมยังทำรายได้มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา
.
และด้วยการที่ตัวเกมอัดแน่นไปด้วย Easter Eggs ที่อ้างอิงถึงทั้งอนิเมะและเกมฝั่งญี่ปุ่น รวมถึงการนำสถานที่อย่าง Akihabara และ Shibuya มาสร้างใหม่ ทำให้ตัวเกมกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียด้วย
.
ซึ่งผู้เล่นชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก รู้สึก “ทึ่ง” ที่ตัวเกมไม่เพียงแต่ขัดเกลามาเป็นอย่างดี แต่ยังนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอนิเมะญี่ปุ่นอย่างลุ่มลึก โดยฝีมือของสตูดิโอพัฒนาในประเทศจีน ในขณะที่ญี่ปุ่นเองก้ยังพัฒนาเกมที่ใหญ่ระดับเดียวกันไม่ได้ จนเกิดประเด็นถกเถียงตามมาว่า “ทำไมญี่ปุ่นถึงสร้างเกมแบบ NTE ไม่ได้?” ทำให้เหล่านักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นมาร่วมวงสนทนาเพื่อวิเคราะห์เรื่องนี้ด้วย
.
โดย Alwei ตัวแทนจาก Indie-Us Games บริษัทญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเกมด้วย Unreal Engine ได้รับความสนใจจากวงการเกม หลังจากออกมาโพสต์วิเคราะห์จุดแข็งด้านเทคนิคของ Neverness to Everness พร้อมอธิบายว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้การสร้างเกมระดับนี้ “แทบเป็นไปไม่ได้” สำหรับนักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่น
.
“ใครก็ตามที่อยู่ในวงการเกมญี่ปุ่นและได้ลองเล่น NTE จะเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อ แต่ระดับรายละเอียดและความเนี้ยบของเกมนี้ มันยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมลองขึ้นไปบนจุดสูงสุดของ Hethereau แล้วถ่ายภาพเปรียบเทียบทั้งเวอร์ชัน PC และ iOS ซึ่งทั้งสองเวอร์ชัน ก็รันได้ลื่นแบบไม่มีอาการหน่วงเลย ถ้าคุณเข้าใจว่า นั่นหมายความว่าอะไร มันน่ากลัวมากในมุมของนักพัฒนาเกม”
Alwei อธิบาย
.
เขากล่าวอีกว่า เมืองของ Neverness to Everness ไม่ใช่ฉากนิ่งๆ ทั่วไป แต่เป็น “เมืองมีชีวิต” ที่ทุกอย่างเคลื่อนไหว และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ ทำให้ปริมาณเนื้อหาคอนเทนต์ และระดับการปรับแต่งประสิทธิภาพของเกม มหาศาลมากๆ จากมุมมองของนักพัฒนาเกม
.
“ถ้าถามว่า ญี่ปุ่นจะสร้างเกมแบบนี้ได้มั้ย ผมคงตอบว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ คุณต้องมีวิศวกรเฉพาะทางระดับสูงในทุกๆ สายงาน มีทีมอาร์ตที่ฝีมือยอดเยี่ยม และมีศักยภาพในการจัดการเนื้อหาคอนเทนต์ประมาณมหาศาลด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ญี่ปุ่นมีข้อบังคับด้านแรงงานและการทำงานล่วงเวลาที่เข้มงวดขึ้น ทำให้เราไม่มีเวลามากพอ นั่นแหละคือความยากของการสร้างเกมในญี่ปุ่น”
Alwei กล่าว
.
ซึ่งปัญหาการชาดแคลนแรงงานฝีมือในญี่ปุ่น กลายเป็นประเด็นที่พูดและถกเถียงในโลกออนไลน์ซ้ำแล้วซ้ำอีกมาตั้งแต่ยุคของ Genshin Impact โดยเฉพาะในด้านงานแอนิเมชัน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกมจากจีนมีภาพลักษณ์โดดเด่นและดึงดูดสายตา
.
ด้าน Ukyo โปรดิวเซอร์เกมชาวญี่ปุ่น ก็ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับกระแสของ Neverness to Everness โดยระบุว่า อีกปัจจัยสำคัญคือ “ความแตกต่างด้านการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร” ว่าบริษัทในญี่ปุ่น เต็มใจลงทุนกับองค์ประกอบการพัฒนา อย่างงานแอนิเมชันมากน้อยแค่ไหน
.
“ผมตกใจมาก ตอนที่ได้ร่วมงานกับสตูดิโอชั้นนำจากจีน แล้วพบว่า สำหรับเกมเพียงเกมเดียว พวกเขาระดมทีมงานมากถึง 200 คน เพื่อดูแลงานเกี่ยวกับตัวละครโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวละคร งานโมชั่น หรือการออกแบบแอนิเมชัน ซึ่งไม่ได้เกิดแค่ในจีน แต่เกมระดับบนๆ ของเกาหลีก็ใช้สเกลการพัฒนาในระดับใกล้เคียวงกัน ในทางกลับกัน การพัฒนาเกมญี่ปุ่น ผมมองว่า การของบเพื่อเพิ่มทรัพยากรด้านแอนิเมชันหรือโมชั่น เป็น 1 ในเรื่องที่อนุมัติยากที่สุด แถมยังรู้สึกด้วยว่า การหาคนมาทำงานในสายนี้ก็ยากมากเช่นกัน”
Ukyo กล่าว
.
แม้ Ukyo จะย้ำว่า สิ่งที่พูดทั้งหมด เป็นเพียงมุมมองจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ “ช่องว่างมหาศาลด้านกำลังคน รวมถึงความแตกต่างด้านศักยภาพทางการเงินของบริษัท น่าจะเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ขีดความสามารถในการพัฒนาเกมของญี่ปุ่นและจีนในปัจจุบัน ถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้”
ในขณะที่ คุณ Sean Noguchi ผู้จัดการทั่วไปของ EA Japan ออกมาเล่าว่า เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ถามเขาว่า สามารถสร้าง “Grand Theft Auto แบบญี่ปุ่น” ด้วยงบประมาณ 500 ล้านเยน (หรือราว 3.16 ล้าน USD) ได้หรือไม่? ทำให้เขาถึงกับขำจนแทบตกเก้าอี้ เพราะเกมระดับเดียวกับ Grand Theft Auto V ต้องใช้งบประมาณอย่างน้อย 20,000 ล้านเยนขึ้นไป หรือมากกว่าที่เสนอมาถึง 40 เท่า เรื่องนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเกมญี่ปุ่นจะทุ่มงบและเวลาเพื่อสร้างเกมฟอร์มยักษ์ เป็นเรื่องที่ยากมากๆ
.
“ไม่ใช่ว่าผมอยากจะเอาชนะพวกเขาหรอก แต่ผมรู้สึกว่า การพัฒนาเกมทุกวันนี้ มันยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพูดถึงการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้เล่น จนบางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่า มันน่าจะต้องมีแนวทางแบบญี่ปุ่นในเรื่องนี้อยู่บ้างสิ?”
Alwei กล่าวทิ้งท้าย
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
แนะนำ BullVPN – บริการ VPN ที่ช่วยให้คุณมุดเว็บ ข้ามโซน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทุกที่อย่างอิสระและปลอดภัย
✨ พิเศษ! ใช้โค้ด sheapgamer รับส่วนลดรายปีสูงสุด 425 บาท 🚀

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid02JYBQxA2Rb6tYfYHLroNac1bbFQDtdJFndqijLy9GWf6XDVAhUbQ1UW6AEgDVTXdvl