ไฮไลท์บทความ
Steve Allison ผู้บริหาร Epic Games Store ยอมรับว่าโปรแกรมในปัจจุบันยังช้าและต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยเตรียมรื้อระบบใหม่เพื่อความรวดเร็วในช่วงกลางปีนี้ พร้อมเผยสถิติการเปลี่ยนคนรับเกมฟรีมาเป็นผู้ซื้อจริง และย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่การทำลาย Steam แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่มั่นคงสำหรับนักพัฒนาและผู้เล่น
เป้าหมายของเราไม่ใช่การกระทืบ Steam ให้จมดิน แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มที่มั่นคง ที่นักพัฒนาคาดหวังได้ว่า จะขายเกมได้ราว 25% – 30% ของยอดรวม
.
คุณ Steve Allison รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Epic Games Store ให้สัมภาษณ์กับ IGN และ Eurogamer ในหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับแผนของ Epic Games Store ในการโน้มน้าวให้ชาวเกมหันมาซื้อเกมบนร้านค้าของพวกเขา แทนที่จะเป็น Steam ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ของตลาดเกม PC ดิจิทัลในปัจจุบัน
.
โดย Epic Games Store เพิ่งจะเปิดเผยสถิติประจำปีที่แสดงให้เห็นว่า ปี 2025 ที่ผ่านมา ผู้เล่นใช้เงินไปกับเกมจากผู้พัฒนาภายนอกเพิ่มขึ้นขนาดไหน พร้อมให้คำมั่นว่า จะมีการปรับปรุงร้านค้าให้ดีขึ้นตลอดปี 2026 ด้วยฟีเจอร์ต่างๆ และความเสถียรของร้านค้า
.
“เรามีหลายอย่างที่ต้องแก้ไข เราควรจะแก้มันมาหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้เราโฟกัสอย่างหนักไปที่เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาและสิ่งต่างๆ ของฝั่งนั้น ในที่สุดเราก็โยกทรัพยากรมาเน้นพัฒนาเรื่องประสบการณ์การใช้งานของผู้เล่น สิ่งที่ผู้เล่นต้องการและเรียกร้อง รวมถึงสิ่งที่นักวิจารณ์ตำหนิเราอย่างตรงจุดด้วย”
คุณ Allison กล่าว
.
ซึ่งเขายอมรับว่า ตอนนี้ Epic Games Store ยัง “ห่วย” อยู่ และมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะมาก
.
“ปีที่แล้วเราอัปเดตอะไรไปเยอะมาก และปีนี้ก็อาจจะเป็นปีที่ดีที่สุด สำหรับ ‘งานช้าง’ ก็คือ โปรแกรมมันยังห่วยแตกอยู่ ก็พูดตามตรงนะ มันช้ามาก ทุกครั้งที่คุณคลิกไปมา มันต้องเรียกข้อมูลจากระบบหลังบ้านของเรา เพื่อรีเฟรชใหม่หมด และขึ้นอยู่กับความเร็วอินเตอร์เน็ตของคุณด้วย ทำให้คุณต้องรอ 2 – 3 วินาทีทุกครั้ง และมันก็ให้ความรู้สึกที่ไม่ดีเลย โดยเฉพาะเวลาที่คนเอาไปเปรียบเทียบกับอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง แล้วใช้งานทั้ง 2 เจ้าพร้อมกัน ซึ่งอีกเจ้าเขาไม่มีปัญหาแบบนี้”
เขากล่าว
.
คุณ Allison กล่าวว่า งานปรับปรุงส่วนนี้ เริ่มทำมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และเป็นการ “รื้อของเดิมข้างในออก แล้วใส่ของใหม่เข้าไปแทน” โดยคาดว่า ความเร็วที่เพิ่มขึ้น จะเริ่มเห็นผลราวเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. นี้
.
“มันควรจะเริ่มใช้งานได้ลื่นขึ้น ดีขึ้น และเร็วขึ้น จนคนพูดว่า ‘โห ไม่ห่วยเหมือนเมื่อก่อนแล้วแฮะ’ ซึ่งแค่นั้นก็ถือว่าเป็นชัยชนะสำหรับเราแล้ว”
คุณ Allison กล่าว
.
ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์กับทาง IGN ที่ตั้งคำถามว่า ก่อนหน้านี้ คุณ Michael Douse ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายของ Larian Studios ผู้สร้าง Baldur’s Gate 3 พูดถึง Epic Games Store ว่า การแจกเกมฟรี อาจจะทำให้ยอดผู้ใช้งานมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร้านค้าดีขึ้นในเชิงธุรกิจสำหรับการขายเกมแบบพรีเมี่ยม เพราะคนเข้ามาเพื่อรับเกมฟรี (ที่บางทีก็ไม่เล่น) แล้วก็หายไป ไม่ได้จ่ายเงินซื้ออะไรในร้านค้า จนกลายเป็นภาพจำในโลกออนไลน์ว่า Epic Games Store มีไว้เพื่อรับเกมฟรีอย่างเดียว สำหรับคุณ Allison คิดอย่างไรกับเรื่องนี้
.
“ก็ไม่จริงทั้งหมดนะ อัตราการเปลี่ยนผู้เล่นหน้าใหม่ ที่ได้มาจากการแจกเกมฟรี ให้กลายเป็นคนที่ยอมจ่ายเงินซื้อเกมในร้านค้า อยู่ที่ประมาณ 16% – 25% แล้วแต่กรณี แต่ระยะยาวก็ไม่เคยต่ำกว่า 16% ซึ่งถือว่าสูงทีเดียว เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งาน นั่นคือข้อเท็จจริง
.
อีกอย่างคือ ต้องย้อนกลับไปดูตัวเลขที่ว่า 35% ของชั่วโมงการเล่น มาจากเกมที่ใช้ระบบจ่ายเงินในเกมของผู้พัฒนานั้นๆ เราทราบจาก Riot และ EA ว่า ยอดการใช้จ่ายส่วนนั้น ก็สัมพันธ์โดยตรง ระหว่างผู้เล่นกับผู้จัดจำหน่าย ถึงจะไม่ได้เห็นตัวเลขโดยตรง แต่พวกเขาก็ทำรายได้จากผู้เล่นในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ดังนั้น จริงๆ แล้ว มีการใช้จ่ายผ่านระบบร้านค้ามากกว่าที่เชื่อๆ กันแบบนั้น
.
ส่วนเรื่อง Larian Studios ก็ไม่ใช่แบบนั้น เขาพยายามยก Alan Wake มาอธิบายในกรอบนั้น ซึ่งก็ไม่จริง Alan Wake ขายดีมาก และแถลงการณ์ของทาง Remedy ก็เป็นไปตามนั้น เราไม่ได้คุยหรือขอให้ Remedy ออกมาพูด พวกเขาชี้แจงเองเพื่อให้ทุกคนรู้ว่า เรื่องนั้นไม่เป็นความจริง
.
ในแง่ส่วนแบ่งตลาด เราก็เห็นความผันผวนอยู่บ้าง บางช่วงอาจต่างกันแค่ 1% – 2% แต่บางครั้งก็ขึ้นไปถึง 25% – 40% นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำเพื่อสร้างความสม่ำเสมอและลดความผันผวนลงให้ได้
.
มันสำคัญมาก สำหรับผมที่เราจะไปถึงจุดที่ ถ้าเราทำส่วนแบ่งตลาดได้ราว 20%, 25% หรือ 30% ได้อย่างสม่ำเสมอ สำหรับเกมที่วางจำหน่ายพร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม รายได้จากเกมของสตูดิโอภายนอก Epic Games Store จะไปถึงระดับ 2,000 ล้าน USD นี่รวมถึงคนที่ใช้ระบบ IAP ด้วย ถ้านับจริงๆ ก็จะเยอะกว่านั้นอีก”
เขาอธิบาย
.
นอกจากนี้ IGN ยังถามถึงแผนระยะยาวที่จะต้องแข่งขันกับ Steam ซึ่งเป็นรายใหญ่ และยากมากที่จะล้ม ไม่ใช่แค่ในแง่ตัวเลข แต่รวมถึงทัศนคติและความคุ้นเคยของชาวเกม และจากที่เคยได้ยินมา คนของ Epic Games เองก็ยอมรับว่า Epic Games Store ยังไม่กำไร และมีเป้าหมายคือการ “เติบโตให้ยิ่งใหญ่กว่า Steam” เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่? และเป็นไปได้จริงรึเปล่า? แล้วตอนนี้กำไรแล้วรึยัง?
.
“ก็มองได้หลายมุมในเรื่องนี้ ถ้ารวมเกมจากสตูดิโอทั้งภายในและภายนอก ตัวร้านค้าผ่านจุดคุ้มทุนไปแล้ว และทำกำไรได้เล็กน้อย ถ้ามองเฉพาะเกมจากสตูดิโอภายนอกแยกออกมา เราก็ยังลงทุนและมีอะไรให้ทำอีกเยอะมาก เงินลงทุนพวกนี้ในทางบัญชีมองว่าเป็นต้นทุนจม แต่ที่ทำไปก็เพื่อการขยายขนาด
.
ถ้าเราไปจนถึงส่วนแบ่งตลาด 25% – 30% ตามแผนได้ และแน่นอน ถ้าเราทำได้ดีมากจนแซง Steam ได้ เราคงดีใจมาก เป้าหมายของเราไม่ใช่การกระทืบ Steam ให้จมดิน อะไรแบบนั้น แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มที่มั่นคง ที่นักพัฒนาคาดหวังได้ว่า จะขายเกมได้ราว 25% – 30% ของยอดรวม และเมื่อไปถึงจุดนั้น เราจะทำกำไรในฝั่งเกมจากสตูดิโอภายนอก และกำไรดีมากเมื่อรวมทั้งเกมจากสตูดิโอภายในและภายนอก
.
อย่าลืมว่า ประมาณ 60% ของผู้ใช้งานใช้ทั้ง 2 แพลตฟอร์ม (คือ Epic และ Steam) ในขณะที่อีก 40% ใช้แค่แพลตฟอร์มเดียว มีกลุ่มผู้ใช้งานบน Steam จำนวนหนึ่งที่จะไม่ย้ายมาเลย แต่ก็มีผู้เล่นกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเล่นเกม PC ครั้งแรก ย้ายมาจากคอนโซล เรามีฟีเจอร์และโอกาสที่แตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องร้านค้าแบบหลายแพลตฟอร์ม ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างเสถียรภาพของส่วนแบ่งการใช้จ่ายในตลาดเกมให้ได้อย่างสม่ำเสมอที่ระดับ 25% – 30% ถ้าเราโตเกินกว่านี้ได้ก็ถือเป็นโบนัส แต่แค่ต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ก่อน เราก็เรียกได้ว่ามาถูกทางแล้ว”
เขาอธิบาย
.
“สรุป Epic Games Store กำไรยัง?”
IGN ถามต่อ
.
“ถ้าเกมจากสตูดิโอภายใน กำไรเยอะมาก ส่วนเกมจากสตูดิโอภายในรวมภายนอก ถ้าคิดให้ร้านค้าได้ส่วนแบ่ง 12% จากรายได้ของเกมจากสตูดิโอภายใน เหมือนเป็นลูกค้าที่ขายเกมผ่านร้านค้า ก็นับว่ากำไรแล้ว…แต่เล็กน้อย”
คุณ Allison กล่าวตอบ
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านขายเกมและบัตรเติมเกม ราคาถูก รับของทันที เปิด 24 ชั่วโมง เชื่อถือได้ 100% สมาชิกกว่า 200,000 คน ขายไปแล้วกว่า 800,000 คีย์




