.
เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่า เคยมียุคหนึ่งที่ “ดาร์กแฟนตาซี” ยังไม่ใช่แนวที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมเกม จนแทรกซึมไปทั่วทุกอณูของผู้เล่น ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่ทำให้เราต้องอยู่ในภาวะที่ต้องลังเลว่า จะตัดสินใจอะไร และอาจทำเอาจิตตกไปอีกหลายวัน ด้วยความซับซ้อนที่ผู้เล่นได้รับ อาจจะเป็นความท้าทายที่อยากจะก้าวข้าม และในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เกมแนวดาร์กแฟนตาซี ค่อยๆ เปลี่ยนจากแนวเฉพาะกลุ่ม กลายมาเป็นแนวแมสที่เข้าถึงมากขึ้น
.
ซึ่งก่อนหน้าที่ The Witcher 3 จะวางจำหน่าย มีชาวเกมนำเกมนี้ไปเปรียบเทียบกับ Skyrim ที่ได้รับความนิยมอย่างสุดขีด และกลายเป็นนิยามของ “เกม RPG แบบโลกเปิดกว้าง” ขึ้นมาใหม่ ด้วยแนวทางการเล่นที่เต็มไปด้วยการทดลอง อิสระในการเล่น และชีสลอยฟ้าอันเป็นตำนาน แม้ว่า Skyrim อาจจะมีบางองค์ประกอบแบบดาร์กๆ อยู่บ้าง แต่ The Witcher 3 เลือกที่จะผลักดันด้านที่เป็นโลกดาร์กแฟนตาซีอย่างเต็มตัว ซึ่งการตัดสินใจนั้น ก็ถือว่า “เสี่ยง” ไม่น้อยเลยทีเดียวในยุคนั้น
.
“อย่างแรกคือ เรามีเกมที่ยอดเยี่ยมอื่นๆ ในตลาดอยู่เสมอ อย่างที่สอง คุณสามารถเรียนรู้จากเกมเหล่านั้น แต่ก็เหมือนมิวสิควิดีโอ คุณจะต้องมีนวัตกรรมและความสดใหม่ ดังนั้น คุณจะก๊อปเกมอื่นมาแบบห้วนๆ ไม่ได้”
คุณ Adam Badowski ประธานบริษัทร่วมของ CD Projekt อธิบาย
.
“เรารู้ดีว่า [The Witcher 3] เป็นการนำเสนอสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับผู้เล่น แต่ผมก็กังวลมากๆ ในแง่การทำธุรกิจด้วย คือการพัฒนาทั้งมีค่าใช้จ่ายสูงและเต็มไปด้วยความท้าทาย ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้น เรามีเกมที่พัฒนาอยู่เพียงเกมเดียว และ The Witcher ก็เป็นเกมแนวดาร์กแฟนตาซี ผมจำได้ว่าตอนนั้น เกมแนวนี้ ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก และผมก็ห่วงว่า ชาวเกมจะเข้าใจแนวคิดของ ‘ดาร์กแฟนตาซี ‘ รึเปล่า”
เขาอธิบายต่อ
.
ซึ่งโลกแฟนตาซีทั่วไป และแฟนตาซีระดับสูง (หมายถึงสื่อแฟนตาซีที่สร้างโลกสมมติขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดยแตกต่างจากโลกจริงโดยสิ้นเชิง) มักจะประสบความสำเร็จเสมอ แต่เนื้อเรื่องแนวดาร์กแฟนตาซี กลับไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก
.
“คือแนวแฟนตาซีระดับสูงเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากผู้เล่นเยอะมาก ทุกคนต่างก็เล่น World of Warcraft กันทั้งนั้น แต่หลังจาก Game of Thrones ออกมา ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป”
คุณ Badowski กล่าว
.
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Game of Thrones มีอิทธิพลอย่างมหาศาลในการผลักดัน “การเล่าเรื่องระดับมหากาพย์” ให้เข้าถึงฐานผู้ชมในกระแสหลักเป็นวงกว้างมากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มความต้องการและความเข้าใจในธีมดาร์กแฟนตาซี ที่เต็มไปด้วย เรื่องราวทางศีลธรรมที่เป็นสีเทาๆ มากขึ้น แม้แต่ FromSoftware เองก็ยังได้รับแรงส่งจากชื่อของ คุณ George R.R. Martin ผู้แต่งนิยาย Game of Thrones ในช่วงเปิดตัว Elden Ring ด้วยเช่นกัน
.
“[จู่ๆ] ผู้คนก็เริ่มเข้าใจว่า พวกเขาชอบดาร์กแฟนตาซีจริงๆ นะ ดังนั้น [ความสำเร็จของ Game of Thrones] จึงเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม [ตอนนั้น แหละที่ผมคิดว่า] ‘โอเค โอเค… นี่แหละ มันมีศักยภาพมหาศาลพอจะประสบความสำเร็จจริงๆ'”
คุณ Badowski กล่าว
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านขายเกมและบัตรเติมเกม ราคาถูก รับของทันที เปิด 24 ชั่วโมง เชื่อถือได้ 100% สมาชิกกว่า 200,000 คน ขายไปแล้วกว่า 800,000 คีย์
ผู้สร้าง The Witcher 3 ยอมรับ กังวลมาก ว่าเกมจะเจ๊ง เพราะยุคนั้น คนเล่น “ไม่เก็ต” โลกดาร์กแฟนตาซี




