.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำหรับเกมเมอร์สาย PC แล้ว Steam ยังคงนั่งบัลลังก์แพลตฟอร์มยอดนิยม ซึ่งทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังคงใช้ Steam เป็นแพลตฟอร์มหลัก ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นเกมที่มี Client เป็นของตัวเอง
.
ในแบบสำรวจผู้บริหารบริษัทเกมใน US และ UK กว่า 300 ชีวิต โดย 72% เห็นด้วยเล็กน้อยถึงเป็นอย่างยิ่งว่า Steam ผูกขาดเกม PC และ 88% ของผู้บริหารบอกว่ารายได้อย่างน้อย 75% มาจาก Steam และ 80% คาดหวังว่าจะมีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายขึ้นภายในเวลา 5 ปี
.
ด้วยผู้ใช้งานกว่า 41 ล้านคน ผู้เล่นจำนวนมากยืนยันว่าจะซื้อเกมผ่าน Steam เท่านั้น จนทำให้ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่อย่าง EA, Ubisoft และ Microsoft พยายามที่จะดึงลูกค้าออกมาจาก Steam ซึ่งแน่นอนว่าล้มเหลว
.
แต่ Steam ก็ใช่ว่าจะคุมตลาดทั้งหมด เพราะ Epic Games Store และ Windows Store ก็พยายามจะแข่งขันด้วยการแจกเกมฟรีหรือระบบสมัครสมาชิกแบบ Gamepass รวมไปถึงการคิดค่าบริการที่ต่ำกว่า แต่ก็ยังแพ้ Steam อยู่ดี กลับกัน GOG และ itchio ตัดสินใจที่จะเจาะตลาดเกมเก่าและเกมอินดี้แทน และเกม PC ยอดนิยมบางเกมก็ยังคงยืนได้บน Platform ตัวเองอย่าง Minecraft, Fortnite หรือ League of Legends
.
อย่างไรก็ตาม Steam ยังคงถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในฐานะผู้บุกเบิกตลาดเพื่อควบคุมราคาและผูกขาดตลาด ปีที่ผ่านมา Wolfire Games ยื่นฟ้อง Steam เพื่อประณามค่าบริการ 30% และกล่าวหาว่า Steam ขัดขวางการลดราคาเกมในร้านที่คิดค่าบริการน้อยกว่า
.
ความนิยมของเกมเล่นฟรีอย่าง Fortnite, DOTA 2, CS2, Warzone และ Roblox เป็นข้อกังวลอันดับต้น ๆ ของผู้บริหารในแบบสอบถามถึง 40% และ 33% จากคนที่กังวลกล่าวถึงความอิ่มตัวของตลาด ซึ่งสะท้อนถึงข้อมูลที่บอกว่าผู้เล่นไม่เพียงพอกับเกมหลายพันที่วางขายบน Steam ในแต่ละปี และผู้ตอบแบบสอบถามบางกลุ่มก็กังวลเกี่ยวกับระบบสมัครสมาชิกเช่นกัน
——————————-
NIKKE ขอขอบคุณผู้บัญชาการทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด 3 ปี เนื้อเรื่องตอนนี้กำลังเข้มข้น ไปเล่นได้เลย
นักพัฒนาเกมมากกว่า 72% เชื่อว่า Steam กำลังผูกขาดตลาดเกม PCหวังอนาคตช่องทางจำหน่ายมากขึ้น




