Banner

ผู้กำกับภาค 3 ลั่น! Ubisoft กล้าเสี่ยง Assassin’s Creed ถึงเป็นซีรีส์อมตะได้ ไม่เหมือน EA ที่มีแต่ผู้บริหารห่วยๆ

.
คุณ Alex Hutchinson ผู้กำกับฝ่ายสร้างสรรค์ของ Assassin’s Creed 3 เชื่อว่า การที่ Assassin’s Creed สามารถเติบโต จนกลายเป็นแฟรนไชส์ที่คนทั่วโลกรู้จัก เพราะ Ubisoft เป็น 1 ในไม่กี่บริษัทเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA ที่สนับสนุนการ “กล้าเสี่ยง” อย่างแท้จริง
.
จากการพูดคุยกับ FRVR คุณ Hutchinson กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับ Assassin’s Creed ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 1 ในนั้นก็คือ “เนื้อเรื่องยุคปัจจุบัน” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแกนหลักของเกมมาตั้งแต่สมัย Desmond Miles
.
“ถ้าเป็นผม ผมคงลบเนื้อเรื่องส่วนนี้ออกจากเกมภาคใหม่ทั้งหมดเลย”
คุณ Hutchinson กล่าว
.
ซึ่งเนื้อเรื่องยุคปัจจุบันของ Assassin’s Creed เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับแนวคิดว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแฟรนไชส์เมื่อทีมงานผู้สร้างชุดเดิมทั้งหมดลาออกไปแล้ว”
.
“พวกเขาไม่รู้แน่ชัดว่า ส่วนผสมพิเศษของมันมาจากไหน ดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะตัดอะไรออกเลย”
เขากล่าว
.
แม้คำพูดของคุณ Hutchinson อาจจะแฝงความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขาย้ำว่า Ubisoft “ทำผลงานได้ดีมากๆ” ในการประคับประคองแบรนด์ Assassin’s Creed และชื่นชมทางบริษัทที่สามารถเปลี่ยนเกมลอบเร้นที่ขนาดกะทัดรัด กลายเป็นเกม RPG แบบ Open World ขนาดมหึมาใน Assassin’s Creed Origins
.
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นได้เพราะผู้บริหารในตอนนั้นกล้าที่จะเสี่ยง ซึ่งถือว่าหายากมาก สำหรับบริษัทเกมฟอร์มยักษ์ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่มากจะหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด เช่น การไม่กล้าทำแฟรนไชส์ใหม่ หรือทดลองทำแนวเกมใหม่ๆ เนื่องจากอุตสาหกรรมเกมมีความผันผวนสูงและใช้งบประมาณพัฒนามหาศาล ซึ่งเกมที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน มักจะได้รับไฟเขียวให้ทำภาคต่อได้ง่ายกว่า
.
“[Assassin’s Creed] มันเหมือนเป็นแบรนด์ที่อยู่ไปได้ตลอดกาลใช่มั้ยล่ะ? อย่างที่คุณรู้ว่า แต่ละภาคก็มีตัวละครใหม่ สถานที่ใหม่ ในยุคใหม่ และเนื้อหาใหม่ๆ มันเลยเป็นเหมือนโครงหลักที่สามารถใส่เรื่องราวอะไรลงไปก็ได้ ผมคิดว่า นี่อาจจะเป็นแฟรนไชส์เดียวก็ว่าได้ที่สามารถตัดสินใจเปลี่ยนแนวเกมกลางทางโดยไม่มีเหตุผลจำเป็นใดๆ แล้วพวกเขาก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ด้วย และผมหวังว่าจะยังเป็นแบบนี้ต่อไป”
เขาอธิบาย
.
คุณ Hutchinson ยังเน้นย้ำถึงแนวคิดว่า Ubisoft เป็นบริษัทที่ “ให้คุณค่ากับความเสี่ยง” และในตอนนั้น “มันเป็นสตูดิโอเกมยักษ์ใหญ่เพียงแห่งเดียวที่ยังคงดำเนินการโดยผู้บริหารที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทดั้งเดิม”
.
“ในทางกลับกัน ลองดูอย่าง EA คุณจะเจอพวกผู้บริหารห่วยๆ ที่ไม่เคยสร้างเกมมาก่อน แถมบางคนยังมาจากบริษัทขายยาสีฟันอีกต่างหาก และพวกเขาคิดว่า ถ้าเกมต้นแบบยังดูไม่เจ๋งพอ งั้นเกมนี้ก็ไม่ดีแน่ๆ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า จะสร้างสิ่งที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร”
เขากล่าว
.
โดยทาง GamesRadar+ ให้ความเห็นว่า จริงๆ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเกมฟอร์มยักษ์ AAA หลายคนก็มาจากสายอาชีพนอกวงการเกม อย่างคุณ Reggie Fils-Aimé อดีตผู้บริหารของ Nintendo ก็เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Pizza Hut มาก่อน แต่สำหรับ EA ก็ดูจะเป็นบริษัทที่มีผู้บริหารหน้าแปลกๆ จากวงการอื่นๆ เข้ามามากกว่าค่ายเกมใหญ่อื่นๆ
.
คุณ Hutchinson เสริมว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมบริษัทอย่าง EA ที่เพิ่งโดนกลุ่มนักลงทุนซาอุดิอาระเบียเข้าซื้อกิจการ ถึงแทบจะไม่เคยสร้างเกมแฟรนไชส์ใหม่เลย เว้นแต่ว่าจะเกิดอะไรบ้าบอสุดๆ ขึ้นมา และ Ubisoft ก็เก่งมากในการสร้างแฟรนไชส์ใหม่ๆ ขึ้นมา
.
ซึ่งตัวอย่างที่บ้าบอสุดๆ อย่างที่คุณ Hutchinson พูดถึง ก็อย่างการที่ EA เปิดตัว Apex Legends โดยไม่มีการเปิดเผยอะไรล่วงหน้า จนกลายมาเป็นเกม Live Service หัวแถวที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ EA เลยทีเดียว
.
ติดตามเพจใหม่เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ เกมถูกบอกด้วย v.3
——————————-
GGKeyStore ร้านเติมเกม Steam, PSN, Nintendo, Roblox, DMM, DLsite, เติมเกมญี่ปุ่น, ไอดีเกม, เกมแท้ราคาถูก รับของทันที

Source: https://www.facebook.com/sheapgamer/posts/pfbid02cXFbeN6Q3C8NkQzWckURK7F9waS3PX6MxkwB4u9tEyyFz1iEEzQ5kkLwtp39xRLMl