5 เหตุผล ที่ทำให้คุณ”ไม่ควรซื้อ” The Witcher 3 : Wild Hunt



the_witcher_3_wild_hunt_logo

เนื่องจากช่วงนี้ทางเพจค่อนข้าง hype หงอกหื่น 3 หรือ The Witcher 3 : Wild Hunt และพูดถึงบ่อยๆ อาจทำให้หลายคนหลงผิดซื้อมาเล่น ซึ่งมีหลายต่อหลายคนกดซื้อมาเล่นเพราะกระแสก็ดี เพราะคะแนนสื่อก็ดี เพราะโดน hype มาอย่างหนักก็ดี หรือเพราะความหล่อหลายต่อหลายครั้งของ CD Projekt Red ก็ดี แล้วคาดหวังว่าเกมมันจะเจ๋งจ๊อดอย่างที่จินตนาการไว้ ปรากฎว่า เล่นแล้วไม่โดน ไม่ชอบ หรือไม่ถูกสเปค (กรณีเป็น PS4 ก็พอปล่อยแผ่นขายมือสองต่อได้ แต่ถ้าเป็นสตีมนี่จบเห่เอวัง ต้องทนเล่นไปทั้งที่ไม่ชอบ หรือไม่ก็ดองกันยาวๆ)

ทางเพจเลยขอแจกแจงเล็กน้อย หากคุณกำลังสนใจ ที่จะซื้อ The Witcher 3 : Wild Hunt แต่คุณไม่แน่ใจว่าตัวเองจะชอบเกมนี้รึเปล่า ถ้าคุณมีเกิน 80% ของตัวเลือกเหล่านี้ คุณก็ควรซื้อๆมันไปเห๊อะ

แต่ถ้าไม่ ควรเก็บเงินไว้ไปลงกับเกมอื่นดีกว่าจ้ะ

– คุณมีสเปคคอมที่แรงพอ (กรณีเป็น PC)
สำคัญมากอันนี้ i5-2500 CPU 3.30 GHz RAM 8 GB NVidia GTX650 Ti OC เครื่องแอดมึน ป. เอาเกือบไม่อยู่ว่ะคุณ ปรับ Low ปิด Post-Process ทุกอย่าง ที่ 1920×1080 เล่นแล้วคัทซีนพอจะลื่นตาอยู่ แต่พอเดินในเมือง หรือฉากต่อสู้ มีเฟรมสคิปพอสมควร แต่ถ้าเล่นความละเอียดต่ำลงมาก็พอไหว แนะนำว่าเพื่อให้ได้สุนทรียภาพของกราฟฟิกที่งดงามจริงๆ ควรมีสเปคคอมที่แรงกว่านี้และเล่นที่ Medium Detail ขึ้นไป (เพราะ Texture Low Detail ค่อนข้างแย่ แม้ภาพรวมจะสวยเพราะเอนจิ้นดีก็ตาม) ส่วนใครเล่นคอนโซลอยู่แล้วก็ปล่อยผ่านข้อนี้ไปได้เบย

– คุณมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แน่นพอตัว
เนื่องจากตัวเกมเน้นหนักในแง่ของความเป็นเกม RPG ที่อุดมไปด้วยเนื้อเรื่องและชื่อเฉพาะค่อนข้างเยอะ รวมถึงบทเจรจาในเกมที่มีเยอะมาก คัทซีนก็เยอะตามไปด้วย ถ้าคุณมีพื้นภาษาอังกฤษที่ดี จนถึงดีมาก ก็จะสามารถดื่มด่ำไปกับสำนวนและอารมณ์ขันของบทเจรจาในเกมได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มานั่งงงหลังมันคุยกันจบไปแล้วว่า ตะกี้พวกแม่งคุยเชี่ยอะไรกันไปวะ?

– คุณชอบ Western RPG ประมาณ The Elder Scrolls V: Skyrim , Dragon Age : Inquisition หรือเกมอื่นๆที่ใกล้เคียง
แค่ชอบเกม Action Open World อย่างเดียวอาจจะไม่พอนะครัช สำหรับการจะเล่นเกมนี้ ใครที่ติดใจเกมอย่าง Assassin’s Creed, Saints Row, Sleeping Dogs , Borderlands หรือ Grand Theft Auto V มาก่อน และหวังว่า The Witcher 3 : Wild Hunt จะตอบสนองความต้องการที่อยากจะเล่นเกมแอคชั่นโลกเปิดมันๆ อย่างเกมที่ยกตัวอย่างไป อาจจะนึกว่าเป็นเกม Action โลกเปิดในโลกทัศน์แฟนตาซีอะไรเทือกๆนั้น

บอกเลยว่าคุณอาจจะคิดผิด เพราะตัวเกมแม้จะเป็น Open World จริง มีการเก็บเควสดองเควสแล้วไล่ทำ ตามที่ใจอยากจะทำ อย่างที่คุณอาจจะเคยได้เล่นใน Borderlands 2 แต่เป้าประสงค์ของตัวเกมต่างกันลิบลับ The Witcher 3 : Wild Hunt จะมีความใกล้เคียงกับ The Elder Scrolls V: Skyrim มากกว่า ตรงที่ตัวเกมเน้นการสำรวจโลกทัศน์ ดื่มด่ำไปกับความสวยงามของโลกในเกม มีการสอบถามรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากชาวบ้าน การเดินชมนกชมไม้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในเกม การเก็บสมุนไพรแล้วคราฟของสะสม การวิ่งเควสย่อยที่ไม่เกี่ยวบ้างไม่เกี่ยวบ้างกับเนื้อเรื่องจำนวนมาก การปะติดปะต่อเรื่องราวอันซับซ้อนในเกมที่คุณแค่ดูท่าทางตัวละครอย่างเดียวอาจจะไม่เข้าใจว่ามันทำเชี่ยอะไรกันอยู่ ( เปรียบเทียบง่ายๆว่า Grand Theft Auto V คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องอ่านเนื้อเรื่องหรือฟังมันพูดรู้เรื่อง ดูแค่คัทซีนภาษาท่าทาง ก็เข้าใจแล้วว่ามันอารมณ์ไหน มันทำอะไร แล้วมันจะยังไงต่อ แต่ The Witcher 3 : Wild Hunt นี่คนละเรื่องกันเลย)

ขอย้ำว่าเกมนี้ไม่ใช่เกมแอคชั่นโลกเปิดขี่ม้าชิวๆไล่ตีมอนแล้วก็จบไป มันมีความลึกพอสมควรแบบที่ว่าถ้าเข้าไม่ถึงความลึกเหล่านี้ คุณอาจจะเล่นไม่สนุกไปเลยก็ได้

อนึ่ง เปรียบเทียบกับ Elder Scrolls V: Skyrim แล้ว The Witcher 3 : Wild Hunt เล่นง่ายกว่าพอสมควร ด้วยบทพูดที่เข้าใจง่ายกว่า ชื่อเฉพาะมีน้อยและสั้นกว่า (แต่บทพูดเยอะกว่า พูดมาก คัทซีนเยอะ) ใครที่เล่น Elder Scrolls V: Skyrim มาเชี่ยวๆ แบบที่ไม่ใช่เล่นเพื่อลงม็อดอย่างเดียว เจอเกมนี้นี่เอามือลูบปากได้เลย ส่วนใครที่ชอบเกม RPG Hardcore พวกเกมอิง Dungeon & Dragon อย่างพวก Icewind Dale, Baldur’s Gate หรืออะไรเทือกๆนี้มาก่อนทางนี้ไม่แน่ใจว่าจะเล่นเกมนี้สนุกรึเปล่านะ เหมือนมันข้ามไปเป็นคนละ Genre กันแล้ว ส่วนใครชอบ JRPG อันนี้ถ้าดูเกมเพลย์ต่างๆใน Youtube แล้วไม่รู้สึกว่าโดนหรืออยากเล่นจริงๆ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถิด

– คุณมีเวลาที่จะเรียนรู้และขลุกอยู่กับมันนานๆ
ซึ่งก็ย้อนกลับไปข้อเมื่อกี้ เนื่องจากตัวเกมมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ การที่คุณมีเวลาเล่นน้อย และไม่ต่อเนื่อง ก็มีความเป็นไปได้ว่าการเล่นแบบขาดช่วงก็ทำให้ไม่สามารถอินในเกมได้ ถ้าเป็นไปได้คุณควรมีเวลาเล่นเกมนี้อย่างน้อยๆก็ทุกวันถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้การทำความเข้าใจในเกม ไม่ขาดช่วงเกินไปจนต่อเนื้อเรื่องไม่ติด

– คุณชอบ The Witcher ภาค 1 และ 2 มาก่อน
ไม่มีอะไรจะอธิบายนอกจากจะบอกว่า จัดไปไฮคูล ภาคนี้พัฒนาขึ้นจากภาค 2 ไกลลิบโลกมาก ใครเคยต๊อแต๊กับระบบภาค 2 มาก่อน มาภาคนี้ปรับปรุงทิ้งภาค 2 ไปไม่เห็นฝุ่น โลกทุกอย่างเปิดกว้างมากขึ้น มีความเป็น Open World เต็มสูบมากขึ้น

ยังคงย้ำอีกครั้งว่านี่อาจไม่ใช่รีวิว แต่เป็นการเคาะแก่นหลักๆมาเพื่อแนะนำว่า คุณควรซื้อหรือไม่ควรซื้อเกมนี้เท่านั้น เพราะยังคงยืนยันว่า The Witcher 3 : Wild Hunt เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมจริง การที่เกมนี้ได้คะแนนเต็มจากสื่อต่างๆ หรือคำ Hype ต่างๆตามเว็บไซต์ นับว่าไม่เกินจริงเลย สำหรับความเจ๋งของเกมนี้

เพียงแต่มันไม่ใช่เกมที่ยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับทุกๆคน 

Sheapgamer Comments

แสดงความคิดเห็น

Tags: ,

แอดมึน ป.

นักเขียนจอมอู้ที่ชอบแอบมาเล่นเกมบ่อยๆ