[Tips] รวมหลากวิธีแก้ปัญหา Skyrim Special และ 5 บอสลับในเกมนี้ที่คุณอาจยังไม่เคยเจอ แม้จะเล่นจบไปแล้ว!!


ตอนนี้ Skyrim Special Edition หรือตัว Remastered ของ Skyrim ก็ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วทั้งบน PS4, Xbox One และในเว็บสตีม ซึ่งตัว Special นี้จะเป็นตัวเกม Skyrim พร้อม DLC 3 ตัวที่อัพเกรดกราฟฟิกให้ดีขึ้นและรันที่ 64 Bits รวมถึงมีการสนับสนุนการม็อดด้วยสำหรับบนคอนโซล

แต่ดูเหมือนว่าตัวเกมจะเปิดตัวบน PC ได้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่ เพราะมีหลายคนเจอปัญหาหลากหลายรายการไม่ว่าจะเป็นอาการแครชตอนเปิดเกม ,รันได้แต่เฟรมเรทต่ำเตี้ยเรี่ยดิน, ล๊อค 30 fps , เข้าเกมไม่ได้, เข้าแล้วเจอจอดำ และอีกหลากหลายปัญหา ซึ่งหากใครเจอปัญหาดังกล่าวก็ลองแก้ไขด้วยวิธีดังนี้ น่าจะพอช่วยได้บ้าง

1: เปิดเกมไม่ติด

โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ Windows ที่สูงกว่า Windows 7 จะเจอปัญหานี้กัน วิธีแก้คือให้หาไฟล์ “skyrimSE.exe และ skyrimSELauncher.exe”ที่อยู่ในโฟลเดอร์เกม (คลิกขวาที่ชื่อเกมใน Library Steam เลือก Properties > Local Files > Browse Local Files ก็ได้)

  • คลิกขวาที่ไฟล์ดังกล่าว
  • เลือก Properties
  • เลือกที่ Compatibility
  • ตั้งให้เป็น Windows 7 compatibility mode
  • จากนั้นคลิกขวาที่ไฟล์ดังกล่าว แล้วเลือก Run as Administrator

2: ขึ้นจอดำตอนเริ่มเกม

เป็นปัญหาสำหรับหลายคนที่เจอกันเยอะมาก กับการเข้าเกมแล้วไม่มีภาพขึ้น หรือขึ้นเป็นจอสีดำมีแต่เสียงเพลงขึ้นเท่านั้น วิธีแก้ไขสำหรับผู้ที่ใช้การ์ดจอ Nvidia ให้เข้าไปที่ Control Panel แล้วเปลี่ยนเป็น GPU ที่ใช้อยู่

3: ข้ามอินโทรโลโก้ Bethesda

อันนี้สายม็อดน่าจะแก้ไข เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งดูโลโก้ทุกครั้งที่เข้าเกม ให้เปิด Notepad (หรือโปรแกรม text editor อื่นๆ) จากนั้นเลือก file > save แล้วตั้งชื่อว่า BGS_Logo.bik จากนั้นเข้าไปที่โฟลเดอร์เกม และเข้าที่โฟลเดอร์ Video (ปกติจะเป็น steamapps\common\Skyrim Special Edition\Data\Video ) จะเห็นไฟล์ BGS_Logo.bik เดิม ให้เปลี่ยนชื่อไฟล์นี้เป็นชื่ออื่น (เผื่อว่ามีปัญหาจะได้ใส่กลับคืนได้ อย่าไปลบ) แล้วนำไฟล์ที่เราสร้างเมื่อครู่มาใส่ไว้แทนที่

4: ย้ายเซฟเกมจาก Skyrim เดิมมาเล่นต่อใน Skyrim Special Edition

เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่บรรจุเซฟเกมเดิมของเรา ใน My Documents (ปกติจะอยู่ใน C:\Users\[Username ของคุณ]\Documents\My Games\skyrim\saves จากนั้นให้ย้าย หรือ Copy ไฟล์เซฟที่ต้องการไปไว้ใน C:\Users\[Username ของคุณ]\Documents\My Games\Skyrim Special Edition\saves เมื่อเข้าเกมก็เลือกที่ Load จะมีเซฟเกมเดิมของเราปรากฎอยู่
***สามารถย้ายมาได้แค่เซฟเกมเท่านั้น ส่วนม็อดที่ลงไว้อันนี้ไม่ตามมาด้วย เพราะงั้น เซฟเกมจาก Skyrim เดิมที่ผ่านการลงม็อดมาโดยเฉพาะพวกหน้าตาหรือชุดตัวละคร เมื่อเอามาเปิดใน Skyrim Special Edition แล้วอาจเกิดอาการแครช หรือเปิดไม่ติด หรืออาจเกิดปัญหาเปิดแล้วชิ้นส่วนที่ทำการม็อดเอาไว้หายไป***

5: แก้ไขปัญหาลงม็อดแล้วไม่ปลด Achievement

เป็นระบบน่ารำคาญของเกมเมอร์สายเก็บ Achievement จาก Fallout 4 ที่ถ้าหากลงม็อดใดๆในเกมนี้แล้ว ระบบจะทำการตั้งค่าเซฟเกมเป็น [M] และเมื่อเล่นตามเนื้อเรื่องหรือภารกิจไป จะไม่มีการปลด Achievement ให้ ซึ่งระบบนี้ก็ยังตามมาใน Skyrim Special Edition นี้ด้วย วิธีการแก้ไขก็คือการลงม็อด Achievements Mods Enabler วิธีการคือ โหลดไฟล์มา แล้วนำไฟล์ทั้งหมด ลงไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันกับไฟล์ “skyrimSE.exe และ skyrimSELauncher.exe” เท่านี้ก็เรียบร้อย (แต่ตอนเวลาเข้าเล่นจะมีการขึ้นเตือนว่าลงม็อดจะไม่ปลด Achievement ให้ และไฟล์เซฟทั้งหมดจะติด [M] แต่ Achievement จะยังคงทำงานได้ปกติอยู่ ทางทีมแอดมินได้ทดสอบแล้วว่าใช้ได้จริง)

6: เฟรมเรทต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

มีชาวเกมจำนวนหนึ่งเจอปัญหารันเกมได้แต่ก็ได้เฟรมเรที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินใน Skyrim Special edition นี้ซึ่งดูเหมือนว่าตัวเกมจะตั้งค่าให้เริ่มต้นใช้การ์ดจอเริ่มต้น แทนที่จะใช้ GPU ที่เราใช้อยู่ วิธีแก้ให้ทำดังนี้

  • คลิกขวาที่ Desktop
  • เลือก NVIDIA Control Panel
  • เลือก “Manage 3D Settings” อยู่ตรง 3D Settings ทางซ้าย (ตรง Select a task)
  • เลือก Program Settings
  • ดูรายการในลิสต์ (Select Program to Customize) ถ้ามี Skyrim SE ให้ข้ามข้อถัดไปได้เลย แต่ถ้าไม่มี ให้ดูข้อถัดไป
  • กดปุ่ม Add ข้างๆ แล้วหา Skyrim Special Edition ถ้ามีก็กดเลือก แต่ถ้าไม่มีให้ Browse แล้วระบุไฟล์ skyrimSE.exe
  • เมื่อเลือกแล้วจะมี Options ให้เปลี่ยน ตรง CUDA/ GPUs ให้เปลี่ยนจาก Global Settings/Integrated Graphics เป็น High-Performance NVIDIA processor หรือ GPU ที่ใช้อยู่
  • กด Apply เพื่อบันทึก
  • จากนั้นลองเข้าเกม เกมน่าจะรันได้ลื่นขึ้นแล้ว

7: เปลี่ยนสเกลหน้าจอ

สำหรับคนที่ใช้หน้าจอที่สเกลต่างจากหน้าจอปกติ (พวก 21:9 อะไรแนวๆนี้) ให้แก้ไขตามวิธีดังนี้

  • ไปที่ C:\Users\[Username ของคุณ]\Documents\My Games\Skyrim Special Edition **ไม่ใช่โฟลเดอร์เกม แต่เป็นโฟลเดอร์เดียวกับเซฟเกม**
  • หาไฟล์ “SkyrimPrefs.ini” แล้วคลิกขวาเลือก Edit with Notepad หรือ Text Editor ตัวอื่นๆ
  • หาบรรทัดตามนี้
    • bFull Screen=
    • iSize H=
    • iSize W=
  • จากนั้นเปลี่ยนความละเอียดตามที่ต้องการ อาทิ
    • bFull Screen=1
    • iSize H=1024
    • iSize W=1280
  • จากนั้นเซฟไฟล์นี้ (ถ้าเซฟไม่ติดให้คลิกขวาที่ไฟล์ SkyrimPrefs.ini แล้วปลด Read Only ออก)
  • แล้วเข้าเกมก็จะได้ความละเอียดและสเกลตามที่ต้องการ (แต่ห้ามเข้าไปปรับเปลี่ยนความละเอียดใน Option ของ Launcher ให้เปลี่ยนวิธีนี้แทน)

8: เข้าเกม Skyrim Special Edition ไม่ได้หลังจากลงม็อด

  • ให้เข้าไปที่โฟลเดอร์เกม ( \steamapps\common\Skyrim Special Edition หรือ คลิกขวาที่ชื่อเกมใน Library Steam เลือก Properties > Local Files > Browse Local Files ก็ได้)
  • เข้าไปที่โฟลเดอร์ชื่อ Data จากนั้นลบทุกไฟล์ในนี้ “ยกเว้นไฟล์และโฟลเดอร์ดังนี้”
    • โฟลเดอร์ Video
    • Dawnguard.esm
    • Dragonborn.esm
    • Hearthfire.esm
    • Skyrim.esm
    • Update.esm
  • เท่านี้ม็อดก็จะถูกลบออกจากเกม จากนั้นให้ทดลองลงใหม่ มีคำแนะนำว่า อย่าลงม็อดเกิน 5 ตัวในครั้งเดียว กรณีที่ต้องการลงม็อดจำนวนมาก ให้ทยอยๆลงทีละนิดๆแล้วค่อยเข้าเกมดูเป็นระยะๆดีกว่า

9: Skyrim Special Edition มีปัญหาแครช หรือ Stopped working หรือหลุดมาหน้าจอ Desktop บ่อยครั้ง

ให้ปิด “touch keyboard” ใน Windows service (กดปุ่ม WindowsKey ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ctrl และ alt ด้านซ้าย + ปุ่ม R จากนั้นพิมพ์ services.msc กด enter จากนั้น disable มันซะ)

นอกจากนี้สำหรับคนที่คิดว่าเล่น Skyrim จบไปแล้ว (หรือจะถล่มลงม็อดอย่างเดียวจนไม่เป็นอันได้คิลมังกรสักที) คุณอาจจะถล่ม Alduin อาจจะจัดการกับ Thief’s Guild ไปแล้ว หรืออาจจะได้เป็นขุนนางในทุกๆเมืองและสร้างบ้านไปจนหมดแล้ว แต่ตัวเกม Skyrim นั้นยังมีบอสลับในเกมด้วย ที่ไม่สามารถเจอด้วยวิธีการปกติ โดยมีรายการดังนี้
xklajtyxb5rb2pcnhj6jve-650-80
Vulthuryol
Blackreach นั้นเป็นถ้ำที่อยู่ใต้ Tower of Mzark ที่เต็มไปด้วยเห็ดเรืองแสงสีฟ้า และซากปรักหักพังของหอคอย Dwemer โดยใน Blackreach นี้จะมีบอสมังกรระดับเลเวล 50 ชื่อ Vulthuryol ที่คุณสามารถเรียกมาได้ด้วยการตะโกน Unrelenting Force Thu’um ไปยังลูกโลกใหญ่ที่แขวนอยู่บนเพดานถ้ำ ซึ่งเมื่อเรียกออกมาแล้วคุณไม่ฆ่ามัน มันก็จะทำการกำจัดศัตรูทั้งหมดใน Blackreach จนกว่าคุณจะชักดาบออกมาสู้นั่นแหละ

wq44kxeuteppshstvuh35m-650-80
Karstaag the Frost Giant
หากคุณเคยเล่น Morrowwind มาก่อน คุณอาจจะรู้สึกระลึกถึงบอสในภาคนั้น เพราะเป็นบอสมนุษย์หิมะตัวเดียวกับที่ปรากฎใน Morrowind: Bloodmoon ในครั้งนี้เขามาในรูปแบบวิญญาณ โดยบอสตัวนี้จะอยู่ในซากปราสาท Castle Karstaag ที่จะอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในเกาะ Solstheim ของ DLC Dragonborn (วิธีไป Solstheim คือจ้างเรือที่อยู่ท่าเรือข้างๆ Windhelm ไปส่ง) ซึ่งคุณจะเจอบัลลังก์ของเขาในถ้ำ Glacial Caveนี้ และถ้าคุณพบกระโหลกของ Karstaag ที่อยู่ด้านหลังถ้ำ ก็ให้นำไปไว้บนบัลลังก์ของเขา แล้ววิญญาณ Karstaag จะปรากฎตัวขึ้น แต่ขอเตือนไว้ว่า เขามีเลเวล 90 และจะจัดการกับคุณถ้าคุณไม่จัดการเขาก่อน
kfzwbwpspfb8emwpgns2b6-650-80
The Reaper
เขาจะปรากฎตัวใน Soul Cairn ที่อยู่ใน Dawnguard DLC โดยเมื่อคุณเข้ามายัง Soul Cairn แล้ว ให้หาชิ้นส่วนอัญมณี Reaper 3 ชิ้น ( Reaper gem fragments ) ที่จะหาได้จากใต้คริสตัลสีม่วง (แต่ต้องระวังหน่อยเพราะมันสามารถดูดพลังชีวิตคุณได้ด้วย) เมื่อคุณได้ครบ 3 ชิ้นแล้วให้นำมันไปวางไว้ที่แท่นใน Reaper’s Lair ก็จะเรียกเขาออกมาได้ โดย Reaper สวมฮู้ดนี้สามารถพ่นสไลม์สีเขียวออกมาพร้อมกับมีลูกกระจ๊อกเป็น Bonemen ความยากในการสู้กับเขาจะขึ้นอยู่กับเลเวลของคุณ ให้เตรียมเก็บสะสมโพชั่น ตีเกราะและอาวุธดีๆไว้ให้พร้อมก่อนเข้าสู้

akxscaepbdyqszqmb647gb-650-80
Ebony Warrior
บอสนี้จะต่างจากตัวอื่นๆ ตรงเขาจะเป็นฝ่ายตามหาคุณเองและต่อสู้กับคุณตัวๆ ซึ่งเขาจะไม่ปรากฎที่ใดเลยจนกว่าคุณจะเลเวลถึง 80 และเมื่อคุณถึงเลเวลนั้นแล้วเขาจะปรากฎขึ้นและตามไล่ล่าสังหารคุณ โดย Ebony Warrior นี้จะมีภูมิคุ้มกัน Shout ต่างๆ และเขาก็มี Perks และความสามารถต่างๆเหมือนคุณ มีความต้านทานการโจมตีด้วยธาตุไฟ ไฟฟ้า และความเย็นถึง 50% และยังร่ายเวท รวมถึงสามารถใช้พลังตะโกนมังกร Disarm และ Unrelenting Force ได้อีกด้วย อาจจะดูเก่งจนน่าจะตึงมือพอสมควรหากจะรับมือกับเขา แต่เมื่อคุณปราบเขาได้ก็จะได้รับชุดเกราะ อาวุธต่างๆของเขาไปใช้ นั่นก็ถือว่าคุ้มค่าไม่เลวเหมือนกัน
tvexwgev6x7pmmj2wmstfh-650-80
Strange orb
อันนี้ไม่ใช่บอส แต่ก็สามารถเจอได้หากคุณอยากเจอ โดย Strange Orb นี้จะอยู่ตรงขอบปลายสุดของแผนที่ฝั่งตะวันออก ที่คุณจะได้เจอ Dwemer ruin of Kagrenzel เมื่อเข้าไปแล้วคุณจะเจอห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากศพของโจร จะมีแสงประหลาดอยู่ตรงกลางห้อง และเมื่อคุณแตะแสงนั้น…..

ต้นทางไม่ได้บอกว่าจะเจออะไร แต่แนะนำแค่ว่าให้เซฟเกมก่อนที่จะเข้าไปแตะมัน และขอให้สนุกสนาน!!

The Elder Scrolls V: Skyrim Special Edition กำลังลดราคา 15% ใน Gamesplanet เหลือราคา £25.49 หรือประมาณ 1100 บาท(สตีมขาย 1,410 บาท)  ส่วน The Elder Scrolls V : Skyrim Legendary Edition ตัวเก่า กำลังลดราคาใน cdkeys เหลือ $ 12.39 ใส่คูปองลด 5% จาก App นี้ เหลือ $11.77 หรือประมาณ 420 บาท

Source : Gamepur , Gamesradar+


Sheapgamer Comments

แสดงความคิดเห็น

Tags:

แอดมึน ป.

นักเขียนจอมอู้ที่ชอบแอบมาเล่นเกมบ่อยๆ